16 แลนด์มาร์คหลากสีหนีความแมสที่คุณ(อาจ)ไม่เคยไป

         

16_landmark_freebirdtour

 

สถานที่หลายแห่งบนโลกได้สรรสร้างแลนด์มาร์คแห่งสีสันขึ้นมาให้โดดเด่นพร้อมร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับสถานที่นั้นๆ ความงามแห่งสีสันในบางแห่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแปลกตาเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวได้มาเยือน  เสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือการเดินทางไปยังสถานที่ที่ยังไม่เคยไป ไปในดินแดนที่ต้องร้องว้าว และได้ถ่ายรูปชิคๆคูลๆดูแตกต่าง  ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ ขอแนะนำสถานที่สุดยูนีค หนีความแมส ให้ท่านได้มีโอกาสได้ไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตกับ 16 แลนด์มาร์คหลากสี หนีความแมสที่คุณ(อาจ)ไม่เคยไป

 

1. กัวตาเป(Guatape) ประเทศโคลอมเบีย(Colombia)

กัวตาเป(Guatape) ประเทศโคลอมเบีย(Colombia) ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้  หากกล่าวถึงประเทศโคลอมเบีย อาจจะนึกถึงภาพทิวทัศน์ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มากมายด้วยกิจกรรมสำหรับคนรักการผจญภัยที่ได้รับความนิยม ปีนเขา ชมน้ำตก ล่องเรือ 

โคลอมเบีย เป็นประเทศบ้านเกิดของบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง  “ปาโบล เอสโคบาร์”(Pablo Escobar)  เจ้าพ่อยาเสพติดผู้โด่งดัง จนเกิดสถานที่ท่องเที่ยว  “La Manuela”  คฤหาสน์ที่เคยเป็นที่พักอาศัยของเอสโคบาร์ในอดีต 

กัวตาเป(Guatape)  เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ไฮไลท์การท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์คที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอันดับต้นๆ คือ “El Penol Rock” หินยักษ์โบราณมีอายุกว่า 70 ปี   ในส่วนที่เป็น Colorful Landmark  เช่น ถนน “Calle del Recuerdo” , จัตุรัส Plaza de Zocalo มากมายด้วยความคัลเลอร์ฟูลสุดๆ อาคารที่เรียงรายตามแนวถนนเป็นผลงานทางศิลปะที่เจ้าของอาคารบรรจงสร้างสรรผนังอาคารด้วยการทาสีฉูดฉาดตัดกันอย่างหนักหน่วงและประดับตกแต่งในส่วนด้านล่างของอาคารเป็นแบบภาพนูนต่ำแสดงออกมาในรูปภาพต่างๆ รูปทรงเรขาคณิตแบบเรียบง่าย ภาพอาชีพของผู้คนต่างๆ  ดอกไม้ สัตว์นานาชนิด เป็นศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นและเป็นความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่นที่เรียกว่า โซกาลอส(Zocalos)  เมืองกัวตาเป(Guatape)  จึงมีชื่อเล่นว่า “Pueblo de Zocalos”  ปัญหาของการได้มาท่องเที่ยวโคลอมเบีย เมืองกัวตาเป(Guatape)  คือ การถ่ายภาพเพราะความสวยงามละลานตาของสีสันนั้นมีมากมายจนไม่รู้จะถ่ายรูปมุมไหนก่อนดี

 

gautape_colombia_freebirdtour

 

 

2. นุก(Nuuk)  ประเทศกรีนแลนด์(Greenland)

นุก(Nuuk) เมืองหลวงของประเทศกรีนแลนด์ เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในกรีนแลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะกรีนแลนด์ เมืองนี้ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ผู้คนดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ทิวทัศน์ตระการตา เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาที่สุดมีทั้ง พิพิธภัณฑ์ ห้างสรรพสินค้า มีร้านอาหาร คาเฟ่ ที่อยู่อาศัยอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ สีสันฉูดฉาดบาดจิต หลังคาสูงหน้าจั่ว แต่ละหลังจะเว้นระยะอยู่กันแบบหลวมๆ บ้านเรือนมีสีที่แตกต่างกัน มีความหมายเฉพาะแตกต่างกันบ่งบอกถึงอาชีพหน้าที่ของผู้อยู่อาศัย โรงเรียน โบสถ์ จะทาสีแดง โรงพยาบาลทาสีเหลือง อาคารเทศบาลเป็นสีน้ำเงิน สถานีตำรวจเป็นสีดำ สีสันของอาคารบ้านเรือนมีความโดดเด่นกลายเป็นทัศนียภาพที่งดงามไม่เหมือนที่ใดในโลกทั้งในช่วงซัมเมอร์ก็ดูสดใส และในช่วงฤดูหนาวก็ดูอ่อนโยน การเดินทางท่องเที่ยวกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ไม่แมสที่คุณอาจจะเลือกเป็นจุดหมายต่อไปในการเดินทาง ฟรีเบิร์ดทัวร์ชวนรู้จักกรีนแลนด์ให้มากขึ้น คลิกอ่าน กรีนแลนด์ สวรรค์บนธารน้ำแข็ง

 

nuuk_city_greenland_freebirdtour

 

 

3. ซิกิโซอะรา(Sighisoara)  ประเทศโรมาเนีย(Romania)

เมืองซิกิโซอะรา(Sighisoara) เมืองเล็กๆในเขตภูมิภาคทรานซิลเวเนีย(Transylvania) ของประเทศโรมาเนีย ประเทศนี้เรารู้จักกันดีในเรื่องของตำนานผีดูดเลือดอันโด่งดัง

เมืองซิกิโซอะรา(Sighisoara) เป็นบ้านเกิดของเจ้าชายวลาด แดร็กคูลที่ 3(Vlad Dracul) เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างนิยายสยองขวัญ “เคาน์แดรกคูล่า”(Count Dracula) ของ บราม สโตเกอร์(Bram Stoker) เมืองซิกิโซอะรา(Sighisoara) เมืองเก่าที่สร้างในยุคกลาง อาคารบ้านเรือนสีลูกกวาดสีสันสดใส แม้ว่าบ้านเรือนแต่ละหลังที่อยู่ติดกันแต่การทาสีบ้านจะมีสีที่ต่างกัน

แม้ว่าจะเป็นอาคารเก่าแก่หลายร้อยปีแต่ก็ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกจากยูเนสโก(UNESCO) เหมาะสำหรับการเดินเล่นถ่ายรูป ชมวิถีชีวิตชาวโรมาเนียในปัจจุบันได้อย่างเพลิดเพลิน สำหรับใครที่ชอบเที่ยวปราสาท ประเทศโรมาเนียก็มีปราสาทสวยๆให้ไปเยือน ฟรีเบิร์ดทัวร์ชวน เที่ยวปราสาทสวยเยือนถิ่นผีดิบที่ไม่มีจริงในโรมาเนีย

 

sighisoara_romania_freebirdtour

 

4. วัลปาราอิโซ(Valparaiso) ประเทศชิลี(Chile)

วัลปาราอิโซ(Valparaiso) ประเทศชิลี เจ้าของฉายา อัญมณีแห่งแปซิฟิก(The Jewel of the Pacific) เป็นเมืองอยู่ห่างจากกรุงซานดิเอโกประมาณ 120 กม.    ในภาษาสเปน Val แปลว่า หุบเขา(Valley) Paraiso แปลว่า สวรรค์(Paradise) “Valparaiso” หมายถึง “หุบเขาแห่งสวรรค์” 

วัลปาราอิโซ(Valparaiso) ในอดีตเป็นเมืองท่าสำคัญเมืองหนึ่งของประเทศ  ความโดดเด่นของเมืองนี้อยู่ที่อาคารบ้านเรือนสีสันหลากหลายตั้งกระจายตัวอยู่ตามไหล่เขาสูงที่สามารถมองเห็นท่าเรือบนชายฝั่งชิลีที่ทอดยาวไกล  บ้านเรือนถูกคั่นด้วยตรอกซอยแคบๆถนนเส้นเล็กๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกันไปทุกที่ในเขตนั้นๆ บันไดที่สูงไต่ตามเนินเขาคดเคี้ยวหลายแห่งในเมือง ผนังอาคารส่วนใหญ่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของงานจิตรกรรมฝาผนัง ตื่นตาตื่นใจกับสตรีทอาร์ทสีฉูดฉาดสลับไปมามากมายประหนึ่งเหมือนอยู่ในหอศิลป์กลางแจ้งโดยเฉพาะในเขตมรดกโลก Cerro Concepcion , Cerro Alegro สร้างเสน่ห์ให้เมืองนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  อีกทั้ง “วัลปาราอิโซ”(Valparaiso)  เป็นเมืองหนึ่งในเส้นทางท่องโลกของนักปฎิวัติชื่อดัง เชกูวารา(Che Guevara) กับเพื่อน อัลเบอร์โต้ กรานาโด้(Alberto Granado) จากสมุดบันทึกการเดินทางมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ในชื่อ “The Motorcycle Diaries” การเดินทางสำรวจดินแดนละตินอเมริกาด้วยมอเตอร์ไซด์เพื่อเรียนรู้โลกกว้าง  หากได้มีโอกาสมาท่องเที่ยวดินแดนแถบอเมริกาใต้ ประเทศชิลี(Chile) เมืองวัลปาราอิโซ(Valparaiso) เป็นเมืองที่ห้ามพลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวสายตรีทอาร์ต

 

valparaiso_chile_freebirdtour

 

5. มัสยิดนาซีร์ โอล โมลก์(Nasir Ol Molk Mosque)  ประเทศอิหร่าน(Iran)

“Nasir Ol Molk Mosque” มัสยิดสีชมพู Pink Mosque หรือ มัสยิดแห่งสีสัน ตั้งอยู่เมืองชีราซ(Shiraz)   เป็นสถาปัตยกรรมการออกแบบที่มีเอกลักษณ์มีสีสันที่น่าทึ่งมหัศจรรย์  ภายนอกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีชมพูลวดลายวิจิตรตระการตา ส่วนภายในตกแต่งด้วยกระจกหลากสีสันอย่างปราณีตละเอียดอ่อนจัดวางแผ่นกระจกสีได้มุมเฉียงสอดรับกับแสงแดดที่ส่องผ่านกระจกที่หลากสีสันสร้างแสงสะท้อนทำให้มัสยิดนี้มีทัศนียภาพที่สมบูรณ์แบบ ทำให้มัสยิดแห่งนี้เป็นดินแดนมหัศจรรย์สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง อิหร่านเป็นประเทศน่าเที่ยวมีสถานที่ท่องเที่ยวและเมืองสวยๆมากมาย ฟรีเบิร์ดทราเวิล ชวนไป สัมผัส 6 เมืองสวยที่จะทำให้คุณหลงรัก 'อิหร่าน'

 

nasir_ol_molk_mosque_shiraz_iran_freebirdtour

 

6. ซาเลนโต(Salento)  ประเทศโคลอมเบีย(Colombia)

ซาเลนโต(Salento) ประเทศโคลอมเบีย เมืองที่ผสมผสานลงตัว ความสูงของพื้นที่ แสงแดด ความชื้น ฝนและดินภูเขาไฟอันอุดมสมบูรณ์ มีผลทำให้เป็นดินแดนแห่งการปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เมืองที่รายล้อมไปด้วยภูเขากว้างใหญ่ ที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ  ความโดดเด่นของเมืองเล็กๆแห่งนี้ คือความงดงามของสีสันระเบียงซึ่งเป็นมากกว่าแค่ส่วนหนึ่งของภายนอกบ้าน เป็นส่วนที่มีคุณค่าทางสุนทรียะอย่างยิ่งในการออกแบบ ประตู หน้าต่างของอาคารสไตล์โคโลเนียลน่ารักๆอัดแน่นด้วยสีสันที่สดใสงดงามราวภาพวาด  ใจกลางเมืองซาเลนโตอาคารบางหลังมีอายุมากกว่า 200 ปี มีเสน่ห์และความพิเศษเฉพาะตัว  ถนนสายหลัก Calle Real มากมายไปด้วย ร้านขายของที่ระลึก ร้านคาเฟ่ นั่งจิบกาแฟสุดคลาสิก ผลผลิตที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้

 

salento_colombia_freebirdtour

 

7. ซาน ฮวน(San Juan) เปอร์โตริโก(Puerto Rico)

ซาน ฮวน(San Juan) เมืองหลวง และเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของเปอร์โตริโก(Puerto Rico) เปอร์โตริโก(Puerto Rico) ตั้งอยู่ในภูมิภาคทะเลแคริบเบียนมีเกาะน้อยใหญ่รวมกันเป็นกลุ่มๆ เป็นดินแดนปกครองของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นหากต้องการเที่ยวเปอร์โตริโก สำหรับคนไทยต้องมีวีซ่าอเมริกาในการเข้าเมือง ผู้คนทั่วโลกรู้จักเปอร์โตริโกมากยิ่งขึ้นเมื่อมิวสิควีดิโอเพลงดังที่ได้รับความนิยมติดชาร์ตอันดับต้นๆ ด้วยเพลง “Despacito” ร้องโดยศิลปินนักร้องชาวเปอโตริโก Luis Fonsi & Daddy Yankee หลังจากนั้นเพิ่มความโด่งดังให้กับเพลงนี้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นอีกโดยได้มีการรีมิกซ์ใหม่ร่วมกับนักร้องดัง Justin Bieber ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักดินแดน เปอร์โตริโก แห่งนี้มากยิ่งขึ้น


ซาน ฮวน(San Juan) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่ง น้ำทะเลใสดุจคริสตัล มีแนวหาดทรายทอดยาว น้ำทะเลสวยงามเม็ดทรายละเอียด แนวประการังงดงาม ศูนย์กลางของกิจกรรมทางน้ำ เล่นกระดานโต้คลื่น เจ็ตสกี ดำน้ำ มากมายด้วยอาคารบ้านเรือนสีสันสดใสตั้งเรียงรายตามเนินเขา มีทั้งอาคารที่เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ รีสอร์ต ร้านอาหาร สถานบันเทิง คึกคักทั้งยามกลางวันและกลางคืน อีกทั้งยังเป็นที่จอดเรือสำราญขนาดใหญ่ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกด้วย


เมืองเก่าซานฮวน(Old San Juan) เป็นพื้นที่หนึ่งในเมืองซานฮวน ที่ได้รับการพัฒนาเป็นย่านที่อยู่อาศัย ย่านการค้าที่มีเสน่ห์ ด้วย อาคารบ้านเรือนในยุคอาณานิคมสเปน การได้ท่องเที่ยวเมืองเก่าซานฮวนประหนึ่งย้อนเวลากลับไปสมัยที่เคยเป็นอาณานิคมสเปน ช่วงศตวรรษที่ 16 ทั้งศิลปะและวัฒนธรรม ยังคงมีกลิ่นอายของสเปนอยู่อย่างน่าทึ่ง อาคารสไตล์โคโลเนียนสีสันสดใส ที่ได้รับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี ถนนปูด้วยหินเก่าดูคลาสสิค ป้อมปราการโบราณที่ยิ่งใหญ่ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเที่ยวยังดินแดนหลากสีสันแห่งนี้

 

san_juan_puerto_rico_freebirdtour

 

8. พอซนาน(Poznan)  ประเทศโปแลนด์(Poland)

พอซนาน(Poznan) เมืองสวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศโปแลนด์ เป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในอดีตของโปแลนด์ มากมายด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง  แลนด์มาร์คเด่นของเมืองพอซนานได้แก่ “จตุรัสตลาดเก่า”(Old Market Square)  ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า รายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่เป็นร้อยปีแต่โครงสร้างยังคงแข็งแรงเนื่องจากได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เรียบง่ายแต่มีสีสันสวยงาม เรียงรายด้วยร้านขายของ ผับ  ร้านอาหารชั้นเยี่ยม คาเฟ่บรรยากาศคูลๆที่แสนอบอุ่น  คึกคักไปด้วยผู้คน เป็นที่รวมตัวของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนผ่านไปมา เมื่อมาถึงโปแลนด์แล้วก็คงไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนพลาดที่จะแวะไปเยี่ยมชมค่ายกักกันเอาชวิตซ์(Auschwitz)  หนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ต้องจดจำของโปแลนด์ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองอื่นๆอีกหลายเมืองในโปแลนด์ Freebirdtour ชวนเที่ยว โปแลนด์ความสวยบนบาดแผลแห่งประวัติศาสตร์

 

poznan_poland_freebirdtour

 

9. ลาปาซ(La Paz) ประเทศโบลิเวีย(Bolivia)

เมืองลาปาซ(La Paz)  เมืองหลวงที่สูงที่สุดในโลกตั้งอยู่แถบเทือกเขาแอนดีส(Andes) ประเทศโบลิเวีย อดีตอาณานิคมเก่าของสเปน ร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่ของสเปนยังมีปรากฎให้เห็นในรูปแบบอาคารบ้านเรือน ภาษา ศาสนา ดนตรี    เมืองลาปาซ (La Paz)  โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงาม ตึกรามบ้านเรือนสร้างลดหลั่นไปตามไหล่เขาที่ลาดชัน กระเช้าไฟฟ้าจึงปรากฎให้เห็นทั่วเมืองเพื่อใช้เป็นขนส่งสาธารณะประจำเมือง  ถนน Calle Jean เป็นถนนสายอาณานิคมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีตั้งแต่ศตวรรษที่ 18  เรียงรายด้วยบ้านเรือนอาคารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมีสีสันสดใส  ถนนสายที่มีทั้ง หอศิลป์ มหาวิหาร พิพิธภัณฑ์ ร้านบูติก แกลเลอรี่  เป็นหนึ่งในดินแดนหลากสีแห่งทวีปอเมริกาใต้ Freebird Travel & Tour ชวนอ่าน    เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยวโบลิเวีย อเมริกาใต้

 

la_paz_bolivia_freebirdtravel

 

10. ลูบเบลียน่า(Ljubljana)  ประเทศสโลวีเนีย(Slovenia)

ลูบเบลียน่า(Ljubljana) หรือ ลูบลิยานา ในภาษาสโลวีเนีย หมายถึง “ที่รัก” เป็นเมืองหลวงเล็กๆน่ารักของสโลวีเนียตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศสโลวีเนีย “จัตุรัสเพรเซเรน”(Preseren Square) จัตุรัสสำคัญใจกลางย่านเมืองเก่าของลูบลิยานา เป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียง ตั้งชื่อตามกวีที่ยิ่งใหญ่ของสโลวาเนีย France Preseren   รายล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายหลายแห่ง ตึกรามอาคารสไตล์ผสมผสานระหว่างอาร์ตนูโวและบาโรค มีความสวยงามด้วยสีสันพาสเทลที่แสนจะดึงดูดใจ รูปปั้นน้ำพุมีอยู่เกือบทุกมุม ถนนปูด้วยหินเก่า พาดผ่านด้วยสะพานที่มีแม่น้ำลูบเบลียน่าไหลผ่านกลางเมือง ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่เก๋ไก๋ตั้งเรียงรายริมฝั่งแม่น้ำสร้างบรรยากาศให้มีชีวิตชีวาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน   

 

ljubljana_slovenia_freebirdtravelandtour

 

11. ดินเคลส์บุล(Dinkelsbuhl)  ประเทศเยอรมนี(Germany)

“ดินเคลส์บุล”(Dinkelsbuhl) เมืองเล็กๆมากด้วยเสน่ห์ เป็นหนึ่งในเมืองบนเส้นทางสายโรแมนติก(Romantic Road) อันเลื่องชื่อของประเทศเยอรมนี เมืองตั้งอยู่ระหว่างเมืองนูเรมเบิร์ก(Nuremberg) และเมืองสตุทการ์ด(Stuttgart) 

“ดินเคลส์บุล”(Dinkelsbuhl) เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ผสมความโรแมนติกที่มีอายุหลายร้อยปี ย่านเมืองเก่าแปลกตาด้วยการเรียงรายของบ้านครึ่งไม้สไตล์เยอรมันสีสันจัดจ้านซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา เมืองเล็กๆบรรยากาศเงียบสงบผู้คนเป็นมิตร ไฮไลท์ของเมืองนี้ที่ห้ามพลาดคือการเยี่ยมชมตลาดไวน์อันเลืองชื่อประจำเมือง เมื่อไปถึงเยอรมันแล้วฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ ก็ต้องชวนชิม 10 อาหารเยอรมัน ความอร่อยที่ต้องลอง

 

old_town_dinkelsbuhl_bavaria_germany_freebirdtour

 

12. หมู่เกาะแฟโร(Faroe Islands)  ประเทศเดนมาร์ก(Denmark)

หมู่เกาะแฟโร(Faroe Island) มีใครเคยได้ยินหมู่เกาะนี้กันบ้างไหม  อยู่ส่วนใหนของมุมโลก หมู่เกาะแฟโรมีอะไรให้เที่ยว คำถามมากมายที่บางท่านมีความสงสัยใคร่รู้  หมู่เกาะแฟโร(Faroe Island)   เป็นหมู่เกาะตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก  เป็นเขตปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก หมู่เกาะแฟโร(Faroe Island) มีแลนด์สแคปที่แปลกตามีเอกลักษณ์หาดูได้ยากไม่เหมือนที่ใด ภาพของทะเลกว้างใหญ่สลับสันเขารูปทรงแปลกแตกต่าง หน้าผาสูงชัน ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่  ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆที่ขัดกับธรรมชาติ  มีผู้คนอยู่ไม่มากนักอาศัยกระจายอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ สำหรับคนที่ชอบเที่ยวเกาะบนโลกกลมๆใบนี้ก็ยังมีเกาะอื่นๆให้ไปเที่ยวอีกมากมาย ฟรีเบิร์ดทัวร์ชวนเที่ยว 10 หมู่เกาะแสนงามที่น่าไปเยือนสักครั้งในชีวิต  

 

faroe_islands_denmark_freebirdtour

 

13. วัลเลตตา(Valletta) ประเทศมอลต้า(Malta)

วัลเลตตา(Valletta) เมืองท่า และเมืองหลวงแห่งหมู่เกาะมอลต้า รายล้อมด้วยป้อมปราการอันใหญ่โต แม้เป็นเมืองเล็กๆ แต่วัลเลตตาเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะล้ำค่าแทรกอยู่ในแทบทุกซอกทุกมุมของเมือง  อาคารตึกรามบ้านเรือนอิฐน้ำตาลซีดๆตัดกับประตูหน้าต่างซึ่งทำเป็นระเบียงทาสีจัดจ้าน เขียว แดง เหลือง ยื่นออกมานอกผนังอาคาร ทอดยาวคู่ขนานไปตามถนนซอยแคบๆ สุดคลาสิกของเมืองที่ลาดเอียงยาวจากใจกลางเมืองสู่ท่าเรือซึ่งมีทิวทัศน์ของทะเลที่งดงาม ฟรีเบิร์ดทัวร์ ชวนคุณไปรู้จักกับมอลต้าให้มากขึ้น คลิกอ่าน สัมผัสเสน่ห์คลาสสิก ฟ้าใส ทะเลสวย กลางเมดิเตอร์เรเนียน

 

valletta_malta_freebirdtour

 

14. ปอร์โต้(Porto) ประเทศโปรตุเกส(Portugal)

ปอร์โต้(Porto) เมืองท่าสำคัญ และใหญ่เป็นอันดับสองรองจากลิสบอน ปอร์โต้(Porto) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรู(Douro) ผ่านกลางเมืองทำให้แยกเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง ย่าน “ริเบรา”(Ribeira)  ย่านที่มีความสวยงามคลาสสิคใจกลางเมืองเก่า ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำซึ่งมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามทั้งกลางวันและค่ำคืน Ribeira ในภาษาโปรตุเกส แปลว่า แม่น้ำ ส่วนด้านหน้าของตัวอาคารมีสีสันตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์  เป็นย่านที่มีชีวิตชีวาคึกคักและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองปอร์โต เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม จัตุรัส  โบสถ์สไตล์โกธิก คาเฟ่ ร้านอาหาร มีมากมายพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามค่ำคืนผู้คนพลุกพล่านพากันมากินดื่มลิ้มรสอาหารอร่อยสังสรรริมฝั่งแม่น้ำกันอย่างสนุกสนาน  เมืองปอร์โต้ เป็นเมืองห้ามพลาดเมื่อได้มาเยือนโปรตุเกส

 

ribeira_old_town_porto_portugal_freebirdtour

 

15. นูฮาวน์(Nyhavn) ประเทศเดนมาร์ก(Denmark)

นูฮาวน์(Nyhavn) เมืองโคเปนเฮเกน(Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก(Denmark)  สมัยอดีตเป็นเขตท่าเรือที่พลุกพล่านของกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กหนึ่งในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ปัจจุบัน นูฮาวน์(Nyhavn) ยังคงคึกคักเหมือนในอดีต อาคารหลากสีสันสมัยศตวรรษที่ 18 เรียงรายอยู่ริมลำคลอง มีการปรับแปลงรูปแบบการใช้งาน เป็นร้านอาหาร ร้านขายของ คาเฟ่ คลับ บาร์  มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง  สามารถเดินเล่นชมวิวเพลิดเพลินกับความสวยงามกินบรรยากาศพร้อมแวะชิมอาหารท้องถิ่น หรือนั่งดื่มแฮงค์เอาท์ชิลๆ 

 

nyhavn_copenhagen_denmark_freebirdtravel

 

16. ลาโบกา(La Boca) ประเทศอาร์เจนตินา(Argentina)

หากกล่าวถึงประเทศอาร์เจนตินา(Argentina) ผู้คนคงนึกถึงทีมฟุตบอล, ระบำแทงโก้  และ เอวิตา(Evita) หรือ เอวา เปรอง(Eva Perón) อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอาร์เจนตินา


ประเทศอาร์เจนตินา มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายที่เชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวมาเยือนดินแดนแถบอเมริกาใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรุงบัวโนสไอเรส(Buenos Aires) เมืองหลวงของประเทศ ที่กรุงบัวโนสไอเรส(Buenos Aires) มีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง ลาโบกา(La Baca) เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องสีสันคัลเลอร์ฟูล ยังคงมีกลิ่นไอของยุโรปอยู่บ้างเนื่องด้วยผู้ตั้งถิ่นฐานแถบนี้ในยุคแรกๆ จำนวนมากมาจากประเทศอิตาลีแต่ระยะหลังมีผู้อพยพจากประเทศใกล้เคียง เช่น อุรุกวัย(Uruguay) ปารากวัย(Paraguay) เข้ามาอยู่มากขึ้น

ถนน Caminito ใน ลาโบกา(La Baca) ที่นี่เรียงรายด้วยอาคารสีสันจัดจ้าน ร้านขายของ ร้านอาหาร แกเลอรี่ พิพิธภัณฑ์แสดงงานศิลปะให้ท่านได้เพลิดเพลินกับย่านนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม

 

colorful_caminito_street_la_boca _buenos_aires_argentina_freebirdtour

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 16 แลนด์มาร์คหลากสีหนีความแมสที่คุณ(อาจ)ไม่เคยไป ที่ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ นำมาให้ดูแสบตากันขนาดไหน อยากไปกันบ้างไหม เรามาชวนกันเก็บเงินเตรียมพร้อมเพื่อออกเดินทางกันดีกว่า วิธีเก็บเงินเที่ยวสำหรับมนุษย์เงินเดือนภาระเยอะ

 


 

- 8 November 2021 - 

สงวนสิทธิ์ในการคัดลอกบทความ และนำรูปภาพไปเผยแพร่ ท่านสามารถกดปุ่มเพื่อแชร์บทความนี้ได้ผ่านทางเวบไซต์นี้

 

 

         


 

- หากบทความนี้ดีต่อใจ ชวนคนที่คุณรักมาเที่ยวกับฟรีเบิร์ดทัวร์กันค่ะ -   

สนใจโปรแกรมทัวร์ต่างประเทศคลิกที่นี่ 

 

คุยกับครอบครัวฟรีเบิร์ดทัวร์

โทร.02-0488-785-7 Hotline 085-151-1000 , 094-782-6888 และ 093-570-3000

    instagramfreebirdtour  twitter freebirdtour  Youtube freebirdtour     

 

Visitors: 213,885