Chendul ลอดช่องปีนัง ความหวานคู่เมืองเก่า

    

ทัวร์มาเลเซีย | Chendul ลอดช่องปีนัง ความหวานคู่เมืองเก่า

 

'ลอดช่อง' เป็นของหวานที่อยู่คู่กับคนไทยมานานแสนนาน แต่ไม่น่าเชื่อใช่ไหมคะว่าพอแอดมินไปเที่ยวปีนัง แอดก็ไปตามหาลอดช่องที่เขาว่ากันว่ามาถึงปีนังแล้วต้องมากินให้ได้ไม่เช่นนั้นจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง

ลอดช่อง หรือที่ปีนังเขาเรียก Chendul หน้าตาโดยรวมๆก็เหมือนที่บ้านเราเลยค่ะ หากแต่ตอนเสริฟนอกจากเส้นลอดช่องที่ใส่มาพร้อมกับน้ำกระทิแล้ว เขายังราดน้ำอะไรสักอย่างหวานๆเหนียวๆ และโปะด้วยถั่วแดงกวนเพิ่มเติมมาให้อีกด้วย

ลอดช่องที่เห็นมีหลายร้าน แต่ร้านที่ได้รับความนิยม และน่าจะเป็นที่ชื่นชอบแบบปากต่อปากต้องเป็นร้านนี้เท่านั้น

แอดไม่รู้จริงๆว่าร้านอื่นอร่อยมากกว่า อร่อยน้อยกว่า หรืออร่อยเท่ากันอย่างไร ก็เขาว่ากันว่าต้องร้านนี้แอดก็เชื่อสิคะ และด้วยอายุยืนยาวของการก่อตั้งก็เพิ่มความมั่นอกมั่นใจให้แอดได้มากมาย

ลอดช่องเจ้านี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2479 โดย นาย Tan Teik Fuang เขาเชื่อว่ารายได้จากการขายลอดช่องจะสามารถหล่อเลี้ยงครอบครัวของเขาได้ เขามั่นใจในคุณภาพของสินค้า ประกอบกับความเป็นกันเองกับลูกค้า ทำให้เขามีลูกค้ามากมาย

ในปี 2520 ลูกชายคนที่ 6 ของนาย Tan Teik Fuang ก็ได้ปรับปรุงพัฒนาจนของหวานถ้วยนี้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจนใครๆที่มาเที่ยวปีนังต้องแวะมาที่ร้านนี้ 'TeoChew Chendul'

ทีนี้ลองมาอ่านความคิดเห็นของแอดกันบ้างว่าถ้ามาแล้วต้องมากินให้ได้หรือไม่?...แอดบอกเลยค่ะว่าถ้ามาแล้วต้องกินนะคะแต่ไม่ใช่เพราะความสุดยอดในเรื่องรสชาติ แต่มันจะเป็นประสบการณ์ที่ไม่คาใจ 

ร้านนี้แทรกตัวอยู่ข้างซอกตึกตั้งอยู่ที่ Lebuh Keng Kwee, Penang Road, George Town เป็นรถเข็นเล็กๆ มีโต๊ะให้นั่งหรือเปล่าก็ไม่ทันสังเกต แต่เห็นคนถือถ้วยยืนกินเต็มไปหมด  ก่อนไปก็พอทราบข้อมูลมาบ้างว่าคิวยาววววววว แต่พอไปจริงๆแม้คนจะเยอะ แต่รอไม่นานเพราะคนทำๆเร็วมาก เร็วจนเลอะเปรอะเปื้อน บางช่วงก็หกเลอะคนขายก็ใช้มือปาดลงพื้น แล้วก็รีบตักลอดช่องต่อ แอดนี้มีลุ้นน้ำในมือที่ปาดไปเมื่อกี้มันจะกระเด็นมาลงถ้วยหรือเปล่านะ และใครจะเป็นผู้โชคดีสำหรับถ้วยนั้น รอไม่นานแอดก็ได้กิน ลอดช่องที่ใส่น้ำกระทิมาพูนถ้วย แต่ใส่น้ำแข็งมาให้นิดส์นึง รอบถ้วยเปรอะเขรอะด้วยความรีบของคนขาย มือที่ถือถ้วยเหนียวเหนอะ อีกทั้งต้องคอยกำหนดลมหายใจเข้าออกไม่ให้แรงเกินไปเดี๋ยวน้ำมันจะกระฉอกออกมา นี่แหล่ะที่แอดบอกว่าไปถึงแล้วต้องกิน รสชาติอาจแปลกจากบ้านเรา แม้ไม่ได้อร่อยล้ำกว่าบ้านเรา แต่ไม่เสียดายที่ได้ลอง แอดว่าถ้าเขาใส่น้ำแข็งให้มากกว่านี้จะอร่อยและชื่นใจเพิ่มขึ้น ที่นี่คงจะมีคนไทยมากินกันเยอะเพราะพ่อหนุ่มผิวขาวพูดไทยได้นิดหน่อย เอาใจคนไทยไปเต็มๆ

แอดเห็นใกล้ๆกันฝั่งตรงข้ามก็มีร้านขายแบบนี้อีกร้านแต่เงียบเหงา ทุกคนมารุมอยู่ร้านนี้กันหมดเลย เอาเป็นว่าถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวก็ลองแวะไปชิมกันนะคะ เป็นประสบการณ์ที่ดีแน่นอนค่ะ

 | Freebird Travel & Tour |

 

    

Visitors: 94,838