มอลต้า สัมผัสเสน่ห์คลาสิค ฟ้าใส ทะเลสวย กลางเมดิเตอร์เรเนียน

         

แม้ว่ายุโรปจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แต่หลายๆ ท่านก็อาจไปเที่ยวมาเกือบหมดแล้ว ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ จะขอพาคุณไปสัมผัสกับความแปลกใหม่ และจะทำให้คุณได้มองเห็นอีกมุมของยุโรป มอลต้า(Malta)

 

malta

มอลต้า(Malta) หรือมอลตา มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมอลต้า(The Republic of Malta) ประเทศเล็กๆ ที่เป็นเกาะ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนานกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มอลต้า(Malta) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรป ถัดลงมาจากตอนใต้ของประเทศอิตาลี ครั้งหนึ่ง มอลต้า(Malta) แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็เป็นที่หมายปองของใครต่อใคร มอลต้า(Malta) เคยเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษมาก่อน ต่อมาได้เข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกสหภาพยุโรป เมื่อ 14 พฤษภาคม 2547 มอลต้า(Malta) มีวัลเลตตา(VALLETTA) เป็นเมืองหลวง 

มอลตา ประกอบไปด้วยเกาะใหญ่ 3 เกาะ คือ เกาะมอลต้า(Malta Island), เกาะโกโซ(Gozo Island) และเกาะโคมิโน(Comino Island) แต่ละเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง ตาม ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ ไปเที่ยวกัน

 

ลัดเลาะเที่ยว "เกาะมอลต้า"(Malta Island)

เราเริ่มต้นที่เกาะมอลต้า เมืองวัลเลตตา(VALLETTA) เมืองหลวงของมอลต้า เป็นเมืองที่ต้องปักหมุดไว้เลยสำหรับคนที่วางแผนจะมาเที่ยว Malta วัลเลตตา เป็นเมืองที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก(UNESCO) หรือองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ในปี 1980 หากมามอลต้าแล้วไม่เข้าเมืองนี้ถือว่ามาไม่ถึงนะเออ

เมืองวัลเลตตา เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองเก่า และป้อมปราการโบราณขนาดใหญ่ เป็นเมืองที่มีเนินสูงต่ำ ตรอกซอกซอยสวยงามคลาสิค หอสมุด พิพิธภัณฑ์ โบสถ์สวยงาม ร้านอาหาร ของที่ระลึก คาเฟ่ บาร์

harbor_valletta_malta_freebirdtour

ภายในเมืองเราจะได้สัมผัสกับบ้านเรือนสถาปัตยกรรมแบบยุโรปเก่าแก่ เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานหลายๆ แขนงเข้ากันอย่างลงตัว ทั้งแบบบาโรค , คลาสสิค และสมัยใหม่ บางอาคารเก่าแก่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ไฮไลท์ของตัวเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้นักท่องเที่ยวจดจำก็คือตึกรามบ้านเรือนเป็นระเบียงสีสันสวยงามยื่นมาจากตัวบ้าน อีกทั้งเมืองวัลเลตตา ยังเป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่จอดเรือยอร์ด เรือสำราญ ที่เข้ามาเทียบท่าตลอดทั้งปีสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง เช่น 

สวนบารัคคา(Barracca Garden) สวนสวยที่ครั้งอดีตเคยเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่ภายหลังไfhเปิดให้สาธารณชน และนักท่องเที่ยวเข้าชม ภายในสวนมีการจัดส่วนต่าง ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ น้ำพุ และซุ้มประตูต่างๆที่ดูสวยงาม และที่ห้ามพลาดของการเที่ยวที่สวนนี้ก็คือ ด้านบนของสวน ที่สามารถขึ้นไปชมวิวของอ่าวแกรนด์ฮาร์เบอร์ได้อย่างชัดเจน และสวยเต็มตา

มหาวิหารเซนต์จอห์น(St.John’s Cathedral) มหาวิหารที่ถูกสร้างขึ้นโดยอัศวิน เซนต์จอห์น เพื่อเป็นเกียรติแก่อัศวินทั้งหลาย และยังเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความศรัทธาในคริสต์ศาสนา ภายในวิหารถ้าใครได้เข้าไปจะต้องตกตะลึงกับโถงวิหารอันสวยงาม ที่ประดับประดาด้วยศิลปะต่างๆ ซุ้มประดูที่วิจิตรงดงาม เป็นภาพความสวยงามยากที่จะลืม

st.john's cathedral malta

Image by Waldo Miguez from Pixabay

พระราชวังแกรนด์มาสเตอร์(Grand Master Palace) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 โดยแรกเริ่มนั้นถูกสร้างด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นฐานบัญชาการรบของอัศวินในยุคนั้น แต่หลังจากเสร็จสิ้นสงครามจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นพระราชวัง ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้กลายมาเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งมอลต้า แม้จะเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแต่ภายในก็มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้บางส่วน

 grand-masters-palace-malta

Image by M W from Pixabay

เมืองมาดิน่า(Mdina) ตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดใหญ่ตอนกลางของประเทศ อดีตเมืองหลวงเก่าของมอลต้า เมืองที่มีฉายา “The Silent city” เมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สงบเงียบ ตึกรามบ้านช่องเป็นสไตล์บารอค โบสถ์เซ็นต์พอล(St.Paul’s Cathedral) วิหารที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองภายในโบสถ์ประดับตกแต่งงดงาม

Mdina-malta

 Image by user32212 from Pixaba

Mdina-horse-drawn-carriage

Image by Michael from Pixabay

Mdina-malta

Image by Olaf from Pixabay

เมืองราบัต(Rabat) เมืองที่สำคัญ และมีความรุ่งเรื่องด้านประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นมรดกจากอดีตที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหลายที่เกี่ยวกับยุคของโรมัน และบ้านเมืองที่ได้รับอิทธิพลของหลายชนชาติ

 citadel-Rabat-malta

Image by Laura from Pixabay

ลัดเลาะเที่ยว "เกาะโกโซ"(Gozo Island) 

เกาะที่ตั้งอยู่เหนือเกาะใหญ่ของมอลต้า เป็นเกาะใหญ่เป็นอันดับ 2 ของมอลต้า ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักดำน้ำชอบมาทำกิจกรรมดำน้ำดูความสวยงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไฮไลท์ของเกาะโกโซ คือ “หน้าต่างแห่งอาซูเร่”(Azure window) ซุ้มประตูหินธรรมชาติที้เกิดจากการถูกคลื่นน้ำทะเลกระทบกัดเซาะตลอดเวลาจนทำให้มีรูปร่างเป็นโค้งคล้ายหน้าต่างเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียง แต่เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2017 ได้เกิดพายุรุนแรงจน“หน้าต่างแห่งอาซูเร่”(Azure window) ได้พังทลายลง นับเป็นการปิดฉาก “หน้าต่างแห่งอาซูเร่”(Azure window) อย่างถาวร เกาะโกโซแห่งนี้ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีย์ "Game of Thrones" อันโด่งดังอีกด้วย

เกาะโกโซ ถือเป็นอีกหนึ่งเกาะในตำนาน โดยบางตำนานนั้นจะเรียกเกาะแห่งนี้ว่า เกาะแห่งคาลิปโซ่(Isle of Calypso) คาลิปโซ่เป็นธิดาแห่งท้องทะเล และเป็นบุตรีแห่งเทพแอตลาส หรือเราอาจจะคุ้นชื่อคาลิปโซ่ จากภาพยนตร์เรื่อง Prirate of Carribien

เมื่อไปถึงแล้วก็ต้องไม่พลาดถ่ายรูปความสวยงามของถ้ำคาลิปโซ(Calypso Cave) ที่ถ้ำแห่งนี้เราจะสามารถมองเห็นวิวของทะเลจากมุมสูงผ่านช่องว่างของถ้ำเป็นภาพวิวทะเลที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งตอนที่ฟ้าเปิดและแดดออกเราจะได้ภาพที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง

วิหารกันติจา(Ggantija Temples) วิหารเก่าแก่สร้างจากหิน ตั้งแต่สมัยหินใหม่โดยเชื่อว่าเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ป้อมปราการวิคตอเรีย(Victoria Fortress) ป้อมปราการที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่มอลต้าเคยถูกปกครองโดยประเทศอังกฤษ สร้างขึ้นตามพระนามของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย โดยในยุคแรกเริ่มสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของจักรวรรดิออตโตมัน แม้ในอดีตจะได้รับความเสียหายจากสงครามบ้าง แต่ปัจจุบันได้มีการบูรณะแล้ว และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม เราสามารถมองเห็นวิวของบ้านเมืองแห่งเกาะโกโซ และวิวของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแสนสวยจากด้านบนของป้อมปราการนี้ได้

วิหารทาพินู(Ta Pinu Cathedral) วิหารโรมันหลังเดี่ยว ที่ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผา ท้าลมแดดลมฝน เป็นวิหารโรมันคาทอลิกที่แต่เดิมเป็นเพียงโบถส์หินเล็กๆ แต่เมื่อศรัทธาของผู้คนมีมากขึ้นจากจึงทำให้เปลี่ยนจากโบถส์หินเล็กๆ ก็กลายมาเป็นวิหารที่น่าเลื่อมใส พร้อมวิวที่งดงาม โบสถ์หลังนี้เคยได้รับการมาเยือนของบุคคลสำคัญสองท่าน คือ พระสันตะปาปา โปปจอห์นปอลที่ 2 และ โปปเบเนดิกต์ที่ 14 ได้มีการมอบกุหลาบสีทอง หรือ Golden Rose เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์ ด้วย

วิหารเซ็นต์จอร์จ(St.George’s Basilica Victoria) โบสถ์ทองคำแห่งโกโซ

บลูกรอตโต(Blue Grotto) สุดยอดความสวยงามทางธรรมชาติของเกาะมอลต้า ถ้ำบลูกรอตโตเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของธรรมชาติมีลักษณะคล้ายกับซุ้มประตูโค้งขนาดใหญ่ ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยคือการล่องเรือเข้าไปชมความสวยงามและยิ่งใหญ่ของถ้ำ ท่านได้ได้เห็นวิวของผืนน้ำทะเลสีฟ้าคราม สะท้อนแสงอาทิตย์ผ่านช่องของปากถ้ำ

ลัดเลาะเที่ยว "เกาะโคมิโน"(Comino Island)

"เกาะโคมิโน"(Comino Island) นับเป็นสวรรค์เล็กๆ เป็นเกาะกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างเกาะมอลต้า และ เกาะโกโซ สถานที่เที่ยวไฮไลท์ของเกาะโคมิโน ก็คือ บลูลากูน อ่าวที่มีหาดทรายสีขาวสะอาด ทะเลสีฟ้าใส กิจกรรมหลักๆ คือ เล่นน้ำทะเล อาบแดด

แม้ว่ามอลต้าจะเป็นประเทศที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักสำหรับคนไทย แต่อยากแนะนำให้ได้ไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต เพราะ มอลต้านับได้ว่าเป็นดาวเด่นแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

 

- 18 JANUARY 2023 - 

 

Visitors: 288,476