เปิดประตูสู่ 7 ดินแดนบอลข่าน เสน่ห์ลับๆ ที่น่าไปเยือน

         

 

คาบสมุทรบอลข่านเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มีธรรมชาติอันงดงาม มีวัฒนธรรมอันยาวนาน และประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง บอลข่าน หรือคาบสมุทรบอลข่าน(Balkans) ที่นี่อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ประกอบไปด้วย 11 ประเทศ คือ อัลเบเนีย(Albania), บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา(Bosnia and Herzegovina), บัลแกเรีย(Bulgaria), โครเอเชีย(Croatia), กรีซ(Greece), คอซอวอ(Kosovo), มาซิโดเนียเหนือ(North Macedonia), มอนเตเนโกร(Montenegro), โรมาเนีย(Romania), เซอร์เบีย(Serbia), สโลวีเนีย(Slovenia) ในบางข้อมูลอาจบอกว่ามี 12 ประเทศ นั่นเป็นเพราะมีการจำแนกประเภทที่แตกต่างกัน มีหลายๆ ประเทศในคาบสมุทรบอลข่านที่นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ รู้จักกันดี แต่ก็มีอีกหลายประเทศที่เราก็อยากรู้ว่ามีอะไรน่าเที่ยวบ้างนะ ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ ชวนคุณ เปิดประตูสู่ 7 ดินแดนบอลข่าน เสน่ห์ลับๆ ที่น่าไปเยือน 

 

1. อัลเบเนีย(Albania) ดินแดนแห่งขุนเขาและชายฝั่งทะเล


albania

อัลเบเนีย หรือแอลเบเนีย(Albania) เป็นประเทศเล็กๆ ในคาบสมุทรบอลข่านทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป เราอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อกับประเทศนี้เท่าไหร่นัก

ที่ผ่านมาแม้อัลเบเนีย หรือแอลเบเนีย ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากนัก แต่ปัจจุบันมีโปรแกรมทัวร์หลายๆโปรแกรม ก็บรรจุแอลเบเนียไว้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมทัวร์คาบสมุทรบอลข่าน  สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศ อัลเบเนีย หรือแอลเบเนีย(Albania) เช่น 

เมืองเบรัต(Berat) หรือเบราติ(Berati) เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศแอลเบเนีย ได้รับสมยานามว่า เมืองพันหน้าต่าง เนื่องจากมีบ้านเรือนสีขาวหลังคาสีเทาเรียงรายอยู่บนเนินเขา

albania-berat-freebirdtour

เมืองเบรัต แบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนเมืองใหม่ ตั้งอยู่เชิงเขา เป็นที่ตั้งของร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรม และในส่วนเมืองเก่า ตั้งอยู่บนเนินเขา เต็มไปด้วยบ้านเรือนโบราณที่สร้างด้วยเทคนิคการก่อสร้างแบบดั้งเดิม แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเบรัตในอดีต ปราสาทเบรัต ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มองเห็นเมือง ปราสาทแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และเคยถูกใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ เติร์ก และกรีก ปัจจุบันปราสาทเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ และร้านอาหาร ในเขตเมืองเก่ายังมีโบสถ์ Saint Mary มัสยิด Haxhi Baba Tekke สะพาน Gorica และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง

 

albania-berat-oldtown-freebirdtour

เมืองเบรัต (Berat) หรือ เบราติ (Berati) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก(UNESCO) ในปี ค.ศ. 1988 ประเภท "เมืองเก่าและพื้นที่โดยรอบ" เนื่องจากมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น

 

เมืองติรานา(Tirana) เมืองหลวงของแอลเบเนีย ที่นี่มี จัตุรัสสกาเนเดอร์เบก(Skanderbeg Square) จัตุรัสกลางเมืองที่ตั้งชื่อตามจอร์จ สกาเณเดอร์เบก(George Skanderbeg) ผู้นำกองทัพแอลเบเนียต่อสู้กับจักรวรรดิออตโตมันในศตวรรษที่ 15  จัตุรัสสกาเณเดอร์เบก(Skanderbeg Square) ห้อมล้อมด้วย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ  มัสยิดเอเธมเบย์  หอนาฬิกา และอนุสาวรีย์ Skanderbeg ที่ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส สร้างขึ้นในปี 1968 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Skanderbeg วีรบุรุษแห่งชาติแอลเบเนีย

albania-tirana-freebirdtour

albania-skanderbeg-square-freebirdtour

albania-freebirdtour

 

พีระมิดติรานา(Pyramid of Tirana) พีระมิดติรานาเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กรูปพีระมิดตั้งอยู่ใจกลางเมืองติรานา  ที่นี่เคยเป็นพิพิธภัณฑ์  ศูนย์ประชุม  และสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ต  

 albania-freebirdtour

เมืองชคอเดอร์(Shkodra) เป็นอีกหนึ่งเมืองของแอลเบเนีย(Albania) ที่น่าสนใจ ที่นี่เป็นเมืองเก่า และสวยงาม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแอลเบเนีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากเมืองหลวงติรานา มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง

albania-shkodra-freebirdtour

 

 

ปราสาทโรซาฟาต(Rozafa Castle) ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มองเห็นเมืองชคอเดอร์ ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4

albania-rozafa-castle-freebirdtour

 

มัสยิดเฟทห์อูลลาห์เบย์(Fatih-ul-Lah Mosque) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เป็นมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองชคอเดอร์

albania-fatih-ul-lah-mosque-freebirdtour

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติชคอเดอร์(National Museum of Shkodra) พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองชคอเดอร์

ทะเลสาบชคอเดอร์(Lake Shkodra) ทะเลสาบชคอเดอร์เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรบอลข่าน, ถนนสายน้ำ (Mesku)ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในยุโรป ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และร้านคาเฟ่

 

 


 

 

 

2. บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (Bosnia and Herzegovina) ดินแดนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงาม

 

bosnia-freebirdtour

Bosnia and Herzegovina(บอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา) ประเทศนี้อยู่ในคาบสมุทรบอลข่าน(Balkans) ทางยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ มีอาณาเขตติดกับประเทศเซอร์เบีย โครเอเชีย และมอนเตเนโกร    จะว่าไปแล้วประเทศนี้ก็มีประวัติศาสตร์ค่อนข้างซับซ้อน  มีความขัดแย้งที่เป็นชนวนไปสู่สงครามโลกครั้งที่1  เพราะเป็นที่สิ้นพระชนม์ของ เจ้าชายฟรานซ์ แฟร์ดีนันท์ รัชทายาทแห่งออสเตรีย-ฮังการี  และโซฟี ดัชเชสแห่งโฮเฮนแบร์ก ผู้เป็นพระชายา ทั้ง 2  ถูกลอบสังหารโดย Gavrilo Princip สมาชิกกลุ่ม Black Hand กลุ่มชาตินิยมเซิร์บ ในเมืองซาราเยโว 

ถึงแม้ที่นี่จะมีเหตุการณ์ที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่1 แต่ประเทศนี้ก็ยังมีเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมา ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมที่หลากหลาย และธรรมชาติที่งดงาม สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของประเทศบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา คือ

 

 

เมืองหลวงซาราเยโว(Sarajevo) เมืองนี้มีสถาปัตยกรรมงดงาม ผสมผสานระหว่างอิทธิพลยุโรป และตะวันออกกลาง มาถึงเมืองนี้แล้วให้แวะมายัง

ย่านบาสคาร์ซิยา(Baščaršija) เป็นย่านเก่าแก่ใจกลางเมืองซาราเยโว ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ มัสยิด ค่อนข้างคึกคักทีเดียว คุณสามารถใช้เวลาเดินเล่น ชมบรรยากาศ ชิมอาหาร ได้อย่างไม่รู้เบื่อ

bosnia-baščaršija-freebirdtour

 ภาพจาก pixabay-chriswanders

 

bosnia-baščaršija-freebirdtour

 

Sarajevo Martyrs’ Memorial Cemetery 2009 สุสานอนุสรณ์สถานผู้พลีชีพโควาชีในเมืองซาราเยโว ที่นี่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองซาราเยโว เพราะเป็นสถานที่ให้รำลึกถึงทหารบอสเนียที่เสียชีวิตระหว่างสงครามบอสเนีย และเป็นการรำลึกถึงการปิดล้อมเมืองซาราเยโว ซึ่งเป็นการปิดล้อมเมืองหลวงที่ยาวนาน ใครอยากรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองที่นี่มีพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องราวของสงครามบอสเนีย และการปิดล้อมเมืองซาราเยโว 

 bosnia-sarajevo-_martyrs-memorial_-cemetery-_2009-freebirdtour

สุสานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในปี 1996 และ เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการในปี 2009 และในปีที่สุสานสร้างเสร็จสมบูรณ์ก็มีการฝังศพผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในสุสาน พร้อมทั้งจัดพิธีรำลึกครบรอบ 14 ปี การปิดล้อมเมืองซาราเยโวที่สุสานแห่งนี้อีกด้วย Sarajevo Martyrs’ Memorial Cemetery 2009 เปิดให้เข้าฟรี 

 bosnia-sarajevo-_martyrs-memorial_-cemetery-_2009-freebirdtour

ภาพจาก pixabay-larghe


สะพานลาติน(Latin Bridge) หรือ สะพานปรินซีป (Princip Bridge) สะพานหิน สถาปัตยกรรมแบบออโตมัน มีรูปปั้น Franz Ferdinand Archduke of Austria ตั้งโดดเด่นอยู่บนสะพาน สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1797 โดยจักรวรรดิออตโตมัน ข้ามแม่น้ำมิลยัตสกา(Miljacka River) ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองซาราเยโว ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา สะพานนี้โด่งดังจากเหตุการณ์ลอบสังหาร Franz Ferdinand Archduke of Austria อันเป็นชนวนเหตุของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

bosnia-latin_bridge-freebirdtou

 

เทือกเขาอัลป์ดีนาริก(Dinaric Alps) เทือกเขาอัลป์ดีนาริก(Dinaric Alps) เป็นเทือกเขาที่ทอดยาวผ่านคาบสมุทรบอลข่าน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสโลวีเนีย  ทอดยาวผ่านโครเอเชีย  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  เซอร์เบีย  มอนเตเนโก  และอัลบาเนีย  เทือกเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในแต่ละประเทศที่ทอดผ่าน รวมถึง อุทยานแห่งชาติ Sutjeska ที่ตั้งอยู่ในประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ด้วย

 bosnia-dinaric_alps-freebirdtour

อุทยานแห่งชาติ Sutjeska  เป็นอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ  อุทยานแห่งชาติ Sutjeska ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ในฐานะ มรดกโลกทางธรรมชาติ   ในปี ค.ศ. 2005 เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์หลากหลายชนิด รวมถึงพืชหายากและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม เทือกเขาสูงชัน หุบเขาแคบ แม่น้ำ ทะเลสาบ และป่าไม้ มีคุณค่าทางธรณีวิทยา และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม เพราะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านโบราณ โบสถ์ และสุสาน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 

รู้จักBosnia and Herzegovina(บอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา) ให้มากขึ้น  คลิกอ่านเที่ยวอะไรกันที่บอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา

 bosnia-sutjeska-freebirdtour

 ภาพจาก pixabay-Fotografbee

 


 

 

3. มาซิโดเนียเหนือ(North Macedonia) ดินแดนแห่งขุนเขา และทะเลสาบ

 

มาซิโดเนียเหนือ ประเทศเล็กๆ ในคาบสมุทรบอลข่าน  ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูนักท่องเที่ยวไทยสักเท่าไร  แต่ที่นี่ซ่อนขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ เทือกเขา ทะเลสาบ แม่น้ำ  ประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม  และอาหาร ไว้มากมาย 

ทะเลสาบโอห์ริด(Lake Ohrid) เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก(UNESCO) หรือชื่อเต็มๆ ว่า องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) เมื่อปี ค.ศ.1979 เพราะเป็นทะเลสาบที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ มีพืช และสัตว์หายาก เช่น ปลาแซลมอน นกอินทรี หมีสีน้ำตาล มีคุณค่าทางวัฒนธรรม เพราะบริเวณรอบทะเลสาบโอห์ริด(Lake Ohrid) มีโบสถ์ที่มีความเก่าแก่หลายโบสถ์ โดยเฉพาะโบสถ์นักบุญโซเฟีย (Saint Sophia Church) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในคาบสมุทรบอลข่าน บริเวณทะเลสาบก็ยังมีเมืองโบราณ มีหมู่บ้านแบบดั้งเดิมที่ยังคงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมดั้งเดิม มีงานฝีมือท้องถิ่น ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมของมาชิโดเนียเหนือ ได้อย่างสมบูรณ์ ทะเลสาบโอห์นิด ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรม

 

เทือกเขาชาร์ (Šar Mountains) ทอดยาวผ่านประเทศมาซิโดเนียเหนือ อัลบาเนีย และเซอร์เบีย เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในคาบสมุทรบอลข่าน ยอดเขาสูงสุดคือ Titov Vrv สูง 2,747 เมตร และมี Korab เป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับสองของเทือกเขาชาร์นักท่องเที่ยวสามารถไปเดินป่า ปีนเขา เล่นสกี ชมนก ชมไม้ได้อย่างที่ต้องการ

 

อุทยานแห่งชาติ Mavrovo เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมาซิโดเนียเหนือ ที่นี่มีทะเลสาบ  Mavrovo น้ำตก Korican ถ้ำ Bigorski มีหมู่บ้านโบราณชื่อ Rostuše

 

เมืองสโกเปีย หรือสกอปเย(Skopje) เมื่อมาถึงประเทศนี้ก็คงต้องไม่พลาดแวะเที่ยวเมืองหลวงของมาซิโดเนียเหนือ เมืองนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณ โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินเล่น ชมเมือง ชิมอาหาร ได้อย่างไม่เบื่อเมืองหลวง Skopje มีสถานที่สำคัญอย่าง

พอร์ต้า มาซีโดเนีย(Porta Macedonia) ประตูชัย ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของมาซิโดเนียเหนือ   มีความสูง 21 เมตร ตกแต่งด้วยหินอ่อน ภายในพอร์ต้า มาซีโดเนีย   มีห้องโถงใหญ่   ร้านขายของที่ระลึก   และพิพิธภัณฑ์

จัตุรัสมาซิโดเนีย(Macedonia City Square)   จัตุรัสหลักใจกลางเมืองหลวง กรุงสกอปเย(Skopje)    จัตุรัสแห่งนี้เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรบอลข่าน   มีพื้นที่รวม 18,500 ตารางเมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ.2014   เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "Skopje 2014"   ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเมืองSkopje ให้เป็นเมืองหลวงที่ทันสมัย   และดึงดูดนักท่องเที่ยว จัตุรัสมาซิโดเนีย(Macedonia City Square)   ล้อมรอบด้วยอาคารสำคัญๆ   มากมาย   เช่น   อาคารรัฐสภา   พิพิธภัณฑ์   โบสถ์   และอนุสรณ์สถาน จุดเด่นของย่านนี้ก็คือ รูปปั้นอเล็กซานเดอร์มหาราช(Alexander the Great) เป็นรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.2014 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรมาซิโดเนียโบราณ นับเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองหลวง

 

แม้ประเทศมาซิโดเนียเหนือ จะไม่เป็นที่คุ้นหูเรานัก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศน่าเที่ยวในแถบคาบสมุทรบอลข่าน  มาซิโดเนียเหนือมีวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออก และตะวันตก ผู้คนเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมต้อนรับคนต่างถิ่นอย่างนักท่องเที่ยว อาหารมาซิโดเนียเหนือ จะมีความคล้ายกับอาหารตุรกี กรีก อาหารหลักๆ จะมีเนื้อสัตว์ ผัก ชีส โยเกิร์ต ขนมปัง ไวน์

และหากเราไปเที่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม เราจะได้เจอกับเทศกาลโอห์ริดซัมเมอร์  เป็นเทศกาลดนตรี และศิลปะนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมาซิโดเนียเหนือ  งานจะจัดขึ้นบริเวณริมทะเลสาบโอห์ริด   ภายในงานจะมีการแสดงดนตรี การแสดงเต้น มีการจัดนิทรรศการศิลปะ มีการฉายภาพยนตร์ มีตลาดนัดที่ขายสินค้าพื้นเมือง ขายงานฝีมือ อาหาร 

 

 

 

4. มอนเตเนโกร(Montenegro)  ดินแดนแห่งขุนเขา ทะเล และอาราม

 

อ่าวโคตอร์(Bay of Kotor) นับเป็นอ่าวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูง มีเมืองโบราณ และมีโบสถ์เก่าแก่ เหมาะที่จะล่องเรือ ชมวิว และถ่ายรูป

 

เมืองเก่าคอตอร์ (Kotor Old Town) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) หรือยูเนสโก(UNESCO)  เมื่อปี ค.ศ. 1979 เพราะเป็นเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลาย ผสมผสานระหว่างสไตล์โรมัน โกธิค เวนิส และบาโรก อาคารบ้านเรือน โบสถ์ และกำแพงเมืองที่มีความยาวกว่า 4.5 กิโลเมตร สูง 15 เมตร มีความสวยงาม และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งมีภูมิประเทศที่สวยงาม ตั้งอยู่บนชายฝั่ง ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน โดดเด่นด้วยทิวทัศน์อันสวยงามของเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น   ชมเมือง   ถ่ายรูป   ชิมอาหาร หรือจะเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูง  และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองผ่านโบสถ์ พิพิธภัณฑ์ 

นักท่องเที่ยวใช้เวลาสักพักเดินเล่น เก็บเรื่องราวของเมืองเก่าผ่าน ประตูเมืองเก่าคอตอร์(Sea Gate of Kotor) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15   เป็นประตูทางเข้าหลักของเมืองเก่า   ประตูเมืองมีนาฬิกา   และรูปปั้นเซนต์ ทไรฟอน(St. Tryphon)   นักบุญอุปถัมภ์ของเมือง

ที่เมืองนี้ก็ต้องไม่พลาดที่จะเดินเล่น จัตุรัสแห่งเสรีภาพ(Freedom Square) จัตุรัสกลางเมืองเก่า ที่อยู่ห่างจากประตูเมืองเก่าไปประมาณ 200 เมตร   ล้อมรอบด้วยอาคารสำคัญต่างๆ   เช่น   โบสถ์เซนต์ ทไรฟอน(St. Tryphon's Cathedral)   หอระฆัง (Kotor Clock Tower)   และพิพิธภัณฑ์เมืองคอตอร์(Kotor City Museum)

 

ชายหาด Becici  เป็นชายหาดแห่งหนึ่งของมอนเตเนโกร ที่สวยที่สุดของประเทศ เหมาะกับการไปว่ายน้ำ อาบแดด เล่นกีฬาทางน้ำ

 

อุทยานแห่งชาติ Durmitor ใครที่ชอบเดินป่า ปีนเขา ตั้งแคมป์ ก็แวะมาที่นี่

 

 

5. คอซอวอ(Kosovo) ดินแดนแห่งขุนเขาและวัฒนธรรม


คอซอวอ(Kosovo) ประเทศเล็กๆ บนคาบสมุทรบอลข่าน แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็เล็กพริกขี้หนู เพราะที่นี่รวมไว้่ซึ่งธรรมชาติอันงดงาม มีเมืองเก่าแก่ มีวัฒนธรรมอันเป็ยเอกลักษณ์ ผู้คนเป็นมิตร และที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไม่แพง สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

 

 

เมืองเก่าพริสตินา(Pristina Old Town)ใจกลางเมืองหลวงของคอซอวอ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ มัสยิด โบสถ์ และร้านค้า นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมเมือง ถ่ายรูป ช้อปปิ้ง และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น

 

โบสถ์ Gračanica Monastery โบสถ์เซอร์เบียออร์โธดอกซ์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองพริสตินา โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO

 

อุทยานแห่งชาติ Mirusha Waterfalls ยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองพริสตินา เป็นที่ตั้งของน้ำตก Mirusha น้ำตกที่สูงที่สุดในคอซอวอ นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าชมน้ำตก เล่นน้ำ และพักผ่อนหย่อนใจ

 

ถ้ำ Gadima Cave ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองพริสตินา เป็นถ้ำหินปูนที่ใหญ่ที่สุดในคอซอวอ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมถ้ำโดยเรือ

 

ภูเขา Accursed Mountains เทือกเขาที่สูงที่สุดในคอซอวอ เหมาะสำหรับการเดินป่า ปีนเขา และเล่นสกี

 

เมือง Prizren เมืองเก่าแก่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคอซอวอ เต็มไปด้วยมัสยิด โบสถ์ และสะพานหิน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมเมือง ถ่ายรูป ช้อปปิ้ง และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น

 

ป้อมปราการ Kalaja Fortress ตั้งอยู่บนยอดเขา overlooking the city of Prizren ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นเขาไปชมวิวเมือง และถ่ายรูป

 

มัสยิด Sinan Pasha Mosque มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในคอซอวอ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมมัสยิด และเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม

 

โบสถ์ Saint Demetrius Church โบสถ์เซอร์เบียออร์โธดอกซ์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโบสถ์ และเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาคริสต์

 

โบสถ์เซอร์เบียออร์โธดอกซ์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโบสถ์ และเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาคริสต์

 

พิพิธภัณฑ์ Ethnographic Museum ตั้งอยู่ในเมือง Prizren จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคอซอวอ

 

6. เซอร์เบีย(Serbia) ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ

 

เซอร์เบีย(Serbia) หนึ่งในประเทศที่อยู่ในคาบสมุทรบอลข่าน ที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 10,000 ปี   ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน   จักรวรรดิไบแซนไทน์   จักรวรรดิออตโตมัน   และออสเตรียฮังการี  ทำให้เซอร์เบียมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย   และเต็มไปด้วยสีสัน

เบลเกรด(Belgrade) เมืองหลวงของเซอร์เบีย เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมเมือง ถ่ายรูป  และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น

 

โนวีซาด(Novi Sad) เมืองใหญ่อันดับสองของเซอร์เบีย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ โนวีซาดมีชื่อเสียงโด่งดังจากป้อมปราการ Petrovaradin Fortress และเทศกาล Exit เทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้

อุทยานแห่งชาติ Tara National Park ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเซอร์เบีย เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ อุทยานแห่งชาติ Tara National Park มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินป่า ปีนเขา ตกปลา และพักผ่อนหย่อนใจ

 

เมือง Niš เมืองเก่าแก่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเซอร์เบีย เมือง Niš มีชื่อเสียงโด่งดังจาก Mediana ซากปรักหักพังของเมืองโรมันโบราณ และ Niška Banja บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ

ภูเขา Kopaonik ภูเขาที่สูงที่สุดในเซอร์เบีย ภูเขา Kopaonik เป็นแหล่งเล่นสกีที่โด่งดังในฤดูหนาว และแหล่งเดินป่า ปีนเขา ในฤดูร้อน

7. สโลวีเนีย(Slovenia)

 

Visitors: 433,467