เที่ยวฟอกปอด โอบกอดธรรมชาติกับ 14 ชนบทสวิสสุดคลีน

         

 

switzerland_freebirdtour

 

ประเทศในฝันของคนรักธรรมชาติอย่างแท้จริงและไม่เคยทำให้ใครผิดหวังอย่าง เช่น สวิตเซอร์แลนด์(Switzerland) ฉายาดินแดนแห่งภูเขา และทะเลสาบ เต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติสุดแสนจะบริสุทธิ์ไม่เป็นสองรองใคร ในบางครั้งเหตุผลการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของใครหลายคน เหตุผลหนึ่งคือการไปสูดโอนโซนบริสุทธิ์ให้เต็มปอด พร้อมชื่นชมกับความงดงามของวิวทิวทัศน์ที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ท่องเที่ยวเมืองชนบทของสวิตเซอร์แลนด์นั้นช่างมีเสน่ห์ล้นเหลือท่านสามารถเสพธรรมชาติกันได้ในทุกๆที่

ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ ขอเอาใจนักท่องเที่ยวสาย Nature แนวทุ่งหญ้า ป่า เขา ทะเลสาบ หลีกหนีความพลุกพล่านวุ่นวายของเมืองใหญ่เพลิดเพลินไปกับเสน่ห์ชนบทสวิส อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อากาศแสนสะอาด เที่ยวแบบสบายๆไม่ทรมานร่างกาย มาไว้ในลิสต์ที่เที่ยวแนะนำของสวิสให้ท่านได้เปิดใจมาสัมผัสด้วยตนเอง

 

1. อิเซลท์วัลด์(Iseltwald) 

 

iseltwald_switzerland_freebirdtour

 

อิเซลท์วัลด์(Iseltwald) หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่สวยงามจนได้รับฉายาว่า 'ไข่มุกแห่งทะเลสาบเบรียนซ์(Lake Brienz) ใน Bernese Oberland' หมู่บ้านมีลักษณะเป็นแหลมยื่นมาในตัวทะเลสาบ มีปราสาทเก่าแก่ Schloss Seeburg ตั้งตระหง่านสวยงามอยู่ที่ปลายแหลม

Schloss Seeburg


และบริเวณใกล้กันจะเห็นเกาะหอยทาก(Shnäggeninseli) เกาะที่มีต้นไม้สูงมากมาย เป็นจุดแปลกตาของทะเลสาบแห่งนี้ก็ว่าได้  กิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวนิยม คือการล่องเรือในทะเลสาบเบรียนซ์(Lake Brienz) ซึ่งถือว่าเป็นทะเลสาบ Super clean Lake ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์   หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้บรรยากาศสุดแสนจะบริสุทธิ์ถือเป็น Hidden Gem แห่งหนึ่งของสวิส

 

Iseltwald

 

ท่าจอดเรือของเมืองมองเห็นทะเลสีฟ้าครามส่องประกายระยิบระยับของทะเลสาบเบรียซ์(Brienz Lake) เรียงรายด้วยชาเล่ต์(Chale't)สวิสอยู่ตามทางเดินอันงดงามของเทือกเขาแอลป์(Alps)  แลนด์มาร์คเด่นของอิซเลท์วัลด์(Iseltwald) คือ ท่าเทียบเรือไม้ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้เป็นท่าเทียบสำหรับเรือแล้ว เป็นสะพานที่ยื่นออกไปยังทะเลสาบใสสีเทอควอยซ์อันงดงาม  จึงได้รับเลือกให้เป็นฉากถ่ายทำละครซีรีย์เกาหลียอดนิยม  เรื่อง Crashing Landing on You  เป็นจุดที่พระเอกเกาหลีฮอตฮิต ฮยอนบิน บรรเลงเพลงเปียโน อยู่ ณ สะพานไม้แห่งนี้ท่ามกลางภูเขาสูงตระหง่าน ทะเลสาบที่เงียบสงบ วิวทิวทัศน์ที่งดงาม 

 

2. คันเดอร์ชเตค(Kandersteg)

 

kanderste_switzerland_freebirdtour

 

คันเดอร์ชเตค(Kandersteg) หมู่บ้านอัลไพน์ในหุบเขาทางตะวันตกของยอดเขาจุงเฟรา(Jungfrau) ติดกับเขตรอยต่อของรัฐวาเล(Valais) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์(Switzerland) หมู่บ้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพที่สวยงาม มีพร้อมทั้งภูเขา น้ำตก และทะเลสาบ ครบจบในที่เดียว เป็นหมู่บ้านที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่โหยหาความสงบไม่ชอบความพลุกพล่านของผู้คน ภายในหมู่บ้านมีโรงแรมที่พัก ร้านค้าพื้นเมืองไว้คอยอำนวยความสะดวก ดินแดนสวรรค์บนดินของเขตนี้ ทะเลสาบเออชีเนินเซ่(Oeschinensee) ทะเลสาบแสนสวยเชิงเขาบลูมลิซาลป์(Blümlisalp) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก(UNESCO) สามารถเดินเท้าไปตามเส้นทางเพื่อซึมซับบรรยากาศรอบข้าง หรือย่นเวลาด้วยการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าจากสถานี Gondelbahn Kandersteg Oeschinensee AG กระเช้า 8 ที่นั่งซึ่งใช้เวลาเพียง 10 นาที แล้วเดินเท้าต่อหรือรอ Shuttle Bus เพื่อไปส่งที่ทะเลสาบก็ได้

 cows_lake_oeschinen_switzerland_freebirdtour.

Oeschinensee

 

ทะเลสาบเออชีเนินเซ่(Oeschinensee) ทะเลสาบสีฟ้าคราม กว้างใหญ่น่าทึ่ง ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงสามด้าน น้ำในทะเลสาบมาจากธารน้ำบนภูเขา โดยรอบไหลซึมผ่านทางชั้นหินใต้ดิน และที่สำคัญน้ำส่วนหนึ่งจากทะเลสาบเออชีเนินเซ่(Oeschinensee) ยังถูกน้ำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ในครัวเรือนที่หมู่บ้านคันเดอร์ชเตคอีกด้วย ทะเลสาบเออชีเนินเซ่(Oeschinensee) เป็นส่วนหนึ่งของ Jungfrau-Aletsch-Bietschhorn พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโก(UNESCO) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี ค.ศ. 2001 เปิดให้บริการในช่วงฤดูร้อน ระหว่างช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม อุณหภูมิของน้ำจะอุ่นขึ้นอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับกิจกรรมการพายเรือ ว่ายน้ำ หรือนั่งปิกนิกริมทะเลสาบ และจะเปิดอีกครั้งในช่วงฤดูหนาว ระหว่างช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ซึ่งน้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แปรสภาพกลายเป็นลานสเก็ตกว้าง รวมถึงเป็นแหล่งตกปลาน้ำแข็ง ที่นี่นับเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์บนภูเขาที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอัลไพน์ มีพันธุ์ดอกไม้เฉพาะถิ่นที่เติบโตท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บอย่าง ดอกเอเดลไวส์(Edelweiss) ดอกไม้ประจำชาติของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ และยังเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความกล้าหาญอีกด้วย เป็นดอกไม้ที่เติบโตได้ดีบนทุ่งหญ้าภูเขาระดับความสูง 1,800-3,000 เมตร และบานเพียงปีละ 3 เดือนเท่านั้น คือ ระหว่างช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน กลีบดอกด้านนอกสีขาว ตรงเกสรกลมๆ มีสีเหลืองอมส้ม นอกจากความสวยงามรอบๆ ทะเลสาบแล้ว ที่นี่ยังมีความสนุกสุดมันที่รองรับนักท่องเที่ยวอีกนั่นก็คือ Mountain coaster หรือ Rodelbahn รางแคร่เลื่อนสไลด์ 750 เมตร เล่นได้ทุกเพศทุกวัยแต่ไม่ทุกวัน เป็นกิจกรรมที่ให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น

 Edelweiss

 

3. กิมเมอร์วาล์ด(Gimmelwald)

 

Gimmelwald switzerland

 

กิมเมอร์วาล์ด(Gimmelwald) หมู่บ้านเล็กๆแสนเงียบบนเทือกเขาแอลป์ ในเขต Bernese Oberland  เป็นเขตที่ปลอดรถยนต์อีกแห่งหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์  โอบล้อมด้วยภูเขาสวยสลับซับซ้อนท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวช่วงซัมเมอร์ที่อุดมไปด้วยทิวทัศน์ของธรรมชาติที่ไม่แพ้ใคร  อาคารบ้านเรือนเป็นบ้านไม้สไตล์ชาเล่ต์แบบดั้งเดิมแต่จะมีการดัดแปลงและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาและยังคงรักษาประเพณีเก่าแก่ไว้ บ้านชาเล่ต์ไม้สร้างลดหลั่นกันไปตามเนินเขา ดอกไม้ป่าแข่งกันเบ่งบานในฤดูร้อนสร้างสีสันให้กับพื้นที่ในอาณาบริเวณนี้เป็นอย่างยิ่ง กิมเมอร์วาล์ด(Gimmelwald)  งดงามในทุกช่วงฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนหรือฤดูหนาว อากาศก็แสนบริสุทธิ์ไร้ซึ่งมลพิษจากสิ่งใด 

 

4. ไมรินเกน(Meiringen)

 

meringen_switzerland_freebirdtour

 

ไมรินเกน(Meiringen)  หนึ่งในหมู่บ้านอันซีนสวิตเซอร์แลนด์(Unseen Switzerland) ตั้งอยู่ใกล้เมืองอินเทอร์ลาเกน(Interlaken) เป็นหมู่บ้านที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงตระหง่านของ Bernese Oberland เป็นเมืองที่สามารถเดินทางเที่ยวได้ในทุกฤดู หากแต่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนจะมีความสวยงามเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงหน้าน้ำ ภาพน้ำใสผสมกับความเขียวสดของป่าเขาที่สวยงาม กิจกรรมสุดฮิตที่ไมรินเกน(Meiringen) คือ  เดินป่า ปีนเขาและขี่จักรยานในช่วงฤดูร้อน ส่วนในช่วงฤดูหนาวก็สามารถเล่นสกีและเลื่อนหิมะได้อีกด้วย  ภายในหมู่บ้านไมรินเกน มีหอคอย Restiturm ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวย ในอดีตเป็นปราสาทที่ประทับ ป้อมปราการ  สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13  ไมรินเกน(Meiringen) เป็นหนึ่งในจุดหมายที่เหล่าสาวกเชอร์ล็อกโฮล์มส์ต้องห้ามพลาด!

เชอร์ล็อกโฮล์มส์(Sherlock Holmes) เป็นตัวละครนักสืบชาวอังกฤษที่ปรึกษาคนสำคัญของตำรวจลอนดอน เรื่องราวของเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์(Arthur Conan Doyle) ในคดี The Final Problem ช่วงที่เชอร์ล็อกโฮล์มส์กับหมอวัตสันเดินทางมาเที่ยวยุโรปได้มาเที่ยวที่หมู่บ้านไมรินเกน  บริเวณน้ำตกไรเคนบาด(Reichenbach) เป็นฉากสำคัญของเรื่อง น้ำตกไรเคนบาด(Reichenbach) หนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดในภูเขาแอลป์ มีความสูงกว่า 200 เมตร ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาลึก   อีกหนึ่งสถานที่ Unseen ของหมู่บ้านไมรินเกน คือ ช่องเขาอาเร่(Aare Gorge หรือ Aareschlucht) ตั้งอยู่ในหุบเขา Hasli หุบเขาแนวขวางขนาดใหญ่ในเทือกเขาสวิสแอลป์ หุบเขาที่มีโตรกหินผาสูงชันขนาบสองด้าน ช่องเขาที่เกิดจากกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านกลางหุบเขา ธารน้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งบนเทือกเขาแอลป์เป็นเวลากว่าหลายพันปีซึ่งก็คือ แม่น้ำอาเร่ แม่น้ำสีเขียวมรกตสายสำคัญที่ไหลผ่านหลายเมืองหลายหมู่บ้านในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั่นเอง ทางเดินสะพานโครงเหล็กความยาว 1,400 เมตร และลึก 200 เมตร ลอดอุโมงค์หินทะลุภูเขาในบางช่วง ด้านในแทบจะปราศจากแสงอาทิตย์เพราะด้านบนช่องเขามีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม เรียกว่าเป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างลึกลับ  ธารน้ำตกจากไหล่เขาเสียงดังก้องกังวานทั่วบริเวณ เป็นความสวยงามแปลกตาเต็มไปด้วยบรรยากาศบริสุทธิ์ที่พลาดไม่ได้อีกเช่นกัน

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงไมรินเกน(Meiringen) ก็คือ เมอแรงค์(Meringue) ขนมหวานอบที่ทำขึ้นจากไข่ขาวผสมน้ำตาลเมอแรงค์(Meringue) กับหมู่บ้านไมรินเกนเป็นของคู่กัน จากข้อสันนิษฐานว่า Casparini เชฟชาวอิตาเลี่ยนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นผู้คิดค้นและทำเมอแรงค์ขึ้นครั้งแรกโดยตั้งชื่อขนมนี้ตามชื่อสถานที่ทำ เมอแรงค์จึงได้กลายเป็นขนมที่เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งในสวิตเซอร์แลนด์  รวมไปถึงอิตาลีและฝรั่งเศส

 

5. เวงเงน(Wengen)

 

Wengen switzerland freebirdtour

 

เวงเงน(Wengen) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไอเกอร์(Eiger) เมินช์(Mönch) และจุงเฟรา(Jungfrau)  เป็นเมืองปลอดรถยนต์ที่มีมลพิษ ส่วนใหญ่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ปราศจากการจราจรที่วุ่นวาย เป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์เงียบสงบท่ามกลางบรรยากาศขุนเขารายล้อมไปด้วยอากาศสุดแสนจะบริสุทธิ์ มีชื่อเสียงในเรื่องเป็นเมืองสกีของสวิส  มีกระเช้าไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปยังยอดเขาแมนน์ลิเชิน(Männlichen) ด้านบนมีจุดชมวิวที่ยื่นออกไปลักษณะเป็นมงกุฎสีทอง Royal Walk with the golden crown  ให้ได้ชมวิวทิวทัศน์ของหุบเขารอบข้างและหมู่บ้านด้านล่างอันแสนสงบ ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยทุ่งหญ้ากว้างเขียวขจีที่จะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน เพราะถูกแต่งเติมด้วยสีเหลืองจากดอกหญ้าที่พร้อมใจกันเบ่งบาน เป็นเส้นทางเดินเขายอดนิยม อากาศเบื้องบนนั้นแสนบริสุทธิ์สามารถที่จะสูดโอนโซนเข้าปอดได้อย่างเต็มที่ 

Wengen switzerland freebirdtour

wengen_brianBollen_freebirdtour

 

6. เมอเรน(Murren)

 

murren_switzerland_freebirdtour

 

 

เมอเรน(Murren) เอกลักษณ์ของหมู่บ้านไม้แบบสวิสดั้งเดิม ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงเขต Berner oberaland ของสวิตเซอร์แลนด์เหนือหุบเขา เป็นหมู่บ้านปลอดมลพิษ ไม่อนุญาตให้รถยนต์ทั่วไปวิ่งผ่าน ในหมู่บ้านอาจจะมีรถยนต์ให้เห็นผ่านตาแต่จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า วิธีการเดินทางไปยังหมู่บ้านไปได้โดยการนั่งรถไฟและผ่านกระเช้าลอยฟ้าเท่านั้น   เมอเรน(Murren) เป็นจุดเริ่มต้นสู่การเดินทางเพื่อขึ้นยอดเขาชิลธอร์น(Schilthorn) ด้วยกระเช้าไฟฟ้า ระหว่างทางก่อนถึงยอดเขาสามารถแวะพักที่ สถานี Birg เพื่อสัมผัสความตื่นเต้นที่ Thrill Walk ทางเดินโครงสร้างเหล็กแข็งแรงที่โอบกอดภูเขา บางช่วงเป็นทางเดินพื้นกระจก รวมถึงมีอุโมงค์ลวดให้ได้มุดเล่นในอากาศอีกด้วย สัมผัสวิวหลักล้านใกล้ชิดติดธรรมชาติแบบสุดๆ หากใครชอบความสงบใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างเงียบๆแนะนำให้มาพักผ่อนที่หมู่บ้านเมอเรนบ้างมีหลากหลายโรงแรม บ้านพักตากอากาศสวยงามที่รอต้อนรับทุกคน

chilthorn switzerland freebirdtour

murren switzerland freebirdtour

 

7. ซาสเฟ(Saas-Fee)

 

saas-fee_switzerland

 

ซาสเฟ(Saas-Fee) หมู่บ้านไม้คล้ายบ้านขนมปังขิง(ของตกแต่งในช่วงวันคริสต์มาส)     ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเขตรัฐวาเล(Valais) เทศบาลเมืองวิสป์(Visp) ใกล้กับเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเมืองเซอร์แมท(Zermatt) เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านปลอดมลพิษที่มีความสวยงาม และมีอากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ จนได้รับฉายาว่า "ไข่มุกแห่งเทือกเขาแอลป์" เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่รายล้อมด้วยภูเขาสูงกว่า 4,000 ฟุต ถึง 13 ลูก ทั้งยังเป็นแหล่งรวมนักสกีจากทั่วทุกมุมโลกเพราะสามารถมาเล่นสกีได้ตลอดทั้งปี

ซาสเฟ(Saas-Fee) เป็นหมู่บ้านสกีรีสอร์ทที่สามารถมองเห็นระยะไกลได้จากการนั่งรถไฟกลาเซียร์เอ็กซ์เพรส(Glacier Express) ได้สนุกสนานกับการเล่นหิมะที่ลานสกีแล้วยังมี Ice Pavilion ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ดำดิ่งสู่โลกใต้ธารน้ำแข็ง ถ้ำน้ำแข็งแกะสลักประดับไฟสวยงามให้ได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่นถ่ายรูป หรือหากต้องการเปิดประสบการณ์การทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศขุนเขารอบทิศทาง Allalin Restaurant ร้านอาหารหมุนได้ 360 องศารูปแบบเดียวกับ Piz Gloria บนยอดเขาชิลธอร์น(Schilthorn) ที่ระดับความสูง 3,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล จัดว่าเป็นห้องอาหารหมุนที่สูงที่สุดในโลก

หากเดินทางไปซาสฟี(Saas-Fee) ในช่วงฤดูร้อนอย่าลืมมองหาเจ้าบ้านที่น่ารัก เจ้ามาร์มอต(Marmots) เจ้าอ้วนขนปุยสัตว์ในตระกูลกระรอกแต่ตัวใหญ่กว่า พร้อมถั่วลิสงและแครอตติดตัวไปสักหน่อยเพื่อผูกมิตร(ซื้อได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยว Saas-Fee) ก็จะได้นั่งคุยกันใกล้แล้ว


ในช่วงคริสต์มาสหากมีโอกาสได้เข้าพักในชาเล่ หรือขึ้นกระเช้าเพื่อไปเล่นสกีที่ เมืองซาสเฟแห่งนี้ ลองเปิดเพลง “Last Christmas” ในเวอร์ชั่นต้นฉบับวง Wham! วงดนตรียุค 80s เพลงความหมายเศร้าสุดคลาสสิกขัดกับบรรยากาศสดใสของวันคริสต์มาสฟังคลอไปด้วย เพราะซาสเฟ(Saas-Fee) เป็นสถานที่ถ่ายทำ MV ของเพลงนี้ จะได้เห็นความสวยงามของ ซาสเฟ(Saas-Fee) ตั้งแต่ปี 1984 จนถึงปัจจุบัน กาลเวลาก็พรากความสวยงามของที่นี่ไปไม่ได้ นับเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่ฟรีเบิร์ดทัวร์อยากแนะนำให้เดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง

 

8. กรินเดลวาลด์(Grindelwald)

Grindelwald_switzerland_freebirdtour

 

กรินเดลวาลด์(Grindelwald) เมืองกลางหุบเขาที่ถูกโอบล้อมด้วยสวิสแอลป์ บ้านเรือนสไตล์สวิสแท้ แต่ละหลังกระจายตัวตามเนินเขาในช่วงฤดูร้อนเหล่าบรรดาฝูงวัวสัญชาติสวิสต่างเดินเล็มหญ้าเขียวขจี สีสันของต้นไม้และดอกไม้ในกระถางที่ระเบียงของแต่ละบ้านเรียงราย หิมะนุ่มฟูถูกใจในช่วงฤดูหนาวเป็นเมืองสกีรีสอร์ตที่ได้รับความนิยมเมืองหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันเนื่องจากพื้นที่ภายในหมู่บ้านเป็นที่ราบขนาดใหญ่ จึงเหมาะกับการเล่นสกีทั้งสำหรับมือโปร และผู้เริ่มลองเล่น รวมถึงยังมีโรงแรมที่พักวิวหลักล้านไว้สำหรับรองรับนักท่องเที่ยว บรรยากาศความสงบเงียบที่หลายๆ คนเฝ้าฝันถึง มีความสะดวกสบายจากร้านค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตภายในเมืองให้ได้จับจ่ายใช้สอยบ้างแม้จะไม่หรูหราเท่าเมืองอื่นแต่ก็สามารถสัมผัสกับความสวิสที่แท้จริงได้จากหมู่บ้านกรินเดลวาลด์แห่งนี้

 Grindelwald_switzerland

Grindelwald_switzerland

 

 

 

 

9. เลาเทอร์บรุนเน่น(Lauterbrunnen)

 

Lauterbrunnen switzerland freebirdtour

 

เลาเทอร์บรุนเน่น(Lauterbrunnen) หมู่บ้านสวิสแบบดั้งเดิมที่อยู่ภายในหุบเขาที่เงียบสงบ เลาเทอร์บรุนเน่น(Lauterbrunnen) มีไฮไลท์อยู่ที่น้ำตก มีน้ำตกมากมายหลายแห่งด้วยกัน เรียกว่าเป็นเมืองแห่งน้ำตกท่ามกลางหุบเขาก็ว่าได้

lauterbrunnen_switzerland

 

น้ำตกส่วนใหญ่ที่ไหลลงมาก็เกิดจากหิมะบนยอดเขาหรือธารน้ำแข็งที่ละลาย น้ำตกชเตาบ์บาค(Staubbach Falls) เป็นภาพความประทับใจแรกตั้งแต่เดินทางมาถึงที่หมู่บ้านแห่งนี้เลย น้ำตกสูงที่พุ่งทิ้งดิ่งจากหน้าผาความสูงกว่า 300 เมตร เด่นสง่ากลางหมู่บ้านเปรียบเสมือน Welcome Drink ชั้นดีเป็นการต้อนรับที่ชุ่มชื่นหัวใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเลาเทอร์บรุนเน่น(Lauterbrunnen) น้ำตกชเตาบ์บาค(Staubbach Falls) เป็นน้ำตกเฟรนด์ลี่ที่สามารถทำความรู้จักได้ในทุกฤดูกาล ทางเดินขึ้นเพื่อไปสัมผัสกับละอองน้ำมีต้นไม้ร่มรื่นอากาศแสนสดชื่น เหนื่อยก็พักชมวิวทิวทัศน์รอบหมู่บ้าน มีเป็นลักษณะทางลาดเนินเขาเมื่อใกล้ถึงน้ำตกทางเดินนั้นจะค่อนข้างลื่นและชัน ช่วงฤดูหนาวน้ำจะไหลค่อนข้างน้อยความสวยอาจจะลดน้อยกว่า เลาเทอร์บรุนเน่น(Lauterbrunnen) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในสวิสที่ Freebirdtour ขอบอกว่าห้ามพลาดอย่างยิ่งสำหรับคนรักธรรมชาติ

 

paraglider_switzerland_lauterbrunnen_valley_freebirdtour

 village_lauterbrunnen_switzerland_freebirdtour

 

10. อัพเพนเซลล์(Appenzell) 

 

appenzell_switzerland_freebirdtour

 

อัพเพนเซลล์(Appenzell) หมู่บ้านสวิสแท้ๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เป็นหมู่บ้านปลอดรถยนต์แห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางธรรมชาติเนินเขาลูกคลื่น ทุ่งหญ้าเขียวขจีและฝูงวัวน้อยใหญ่ ตั้งอยู่ในรัฐ Appenzell Innerrhoden รัฐที่เล็กที่สุดของประเทศทางตะวันออกเฉียงเหนือไม่ไกลจากเมืองเซนต์กัลเลน(St.Gallen) ภายในหมู่บ้านขนาดเล็กนี้มีแม่น้ำ Sitter ไหลผ่านมีความเป็นชนบทสูง ขึ้นชื่อด้านขนบธรรมเนียมและประเพณี  บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้แบบดั้งเดิมแปลกตาด้วยหน้าจั่วแบบโค้งมน ภาพวาดฝาผนังรูปเลขาคณิต ดอกไม้ ธรรมชาติซึ่งดูแปลกตาแตกต่างจากที่หมู่บ้านหรือเมืองอื่นๆ ที่มักจะเป็นเรื่องราวในตำนาน และเป็นภาพวาดปูนเปียก ร้านค้าขายของต่างๆ แสดงกิมมิคด้วยตุ๊กตาปูนปั้นหรือโครงเหล็กดัดลวดลายที่แสดงถึงผลิตภัณฑ์ของตนเองดูน่ารักน่ามอง   อัพเพนเซลล์เป็นพื้นที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่าเพราะมีหลายเส้นทางที่ให้สำรวจและสัมผัสกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์  หากได้เดินทางมาเที่ยวในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน จะพบขบวนวัวห้อยกระดิ่งเสียงดังกังวานไปทั่วบริเวณเป็นธรรมเนียมของคนเลี้ยงสัตว์บนภูเขาที่จะพาวัวขึ้นสู่ทุ่งหญ้าอัลไพน์ ชายชาวสวิสสวมชุดพื้นเมืองสวมต่างหูสีทองยาวเพียงข้างเดียวซึ่งเป็นสัญลักษณ์โบราณที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงเป็นเหมือนเครื่องรางที่ใช้ป้องกันงูเพื่อไม่ให้ถูกกัดระหว่างเดินทางขึ้นเขา คนเลี้ยงสัตว์ร้องเพลงแบบโยเดลตามประเพณีของสวิตเซอร์แลนด์(Alpine yodeling) การสื่อสารกันระหว่างหมู่บ้านบนเทือกเขา ซึ่งเป็นลักษณะการร้องตะโกนแบบไล่โทนเสียงหลายโทน  อัพเพนเซลล์(Appenzell) สามารถมอบโอนโซนอันบริสุทธิ์และบรรยากาศชนบทสวิสแท้ๆให้ท่านประทับใจไม่รู้ลืม

 Appenzell switzerland

appenzell switzerland

 

11. เซอร์แมท หรือแซร์มัท(Zermatt)

 

zermatt_switzerland_freebirdtour

 

เซอร์แมท หรือแซร์มัท(Zermatt)  เมืองตากอากาศปลอดมลพิษโดยสิ้นเชิง เป็นเมืองที่อากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองขึ้นชื่อในรัฐวาเล(Valais) ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวที่มีจุดหมายปลายทางประเทศสวิตเซอร์แลนด์ต้องจดชื่อเมืองนี้อยู่ในลิสการเดินทาง 

Zermatt

zermatt_switzerland_freebirdtravel

zermatt

เซอร์แมท(Zermatt) เป็นเมืองเล็กๆที่ปราศจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน มีเพียงรถยนต์เล็กที่ใช้ไฟฟ้า เมืองนี้เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของภูเขา หิมะ ลำธาร ความเงียบสงบของหมู่บ้าน ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทยอยมาเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย

 

zermatt_switzerland_freebirdtour

zermatt_switzerland_matterhorn_freebirdtour

 

พระเอกของเมืองZermatt คือยอดเขาทรงปิรามิดสามเหลี่ยมแหลมปลายงุ้มแลนด์มาร์คดังของสวิตเซอร์แลนด์ แมทเทอร์ฮอร์น(Matterhorn) ภูเขาที่มีความสูงถึง 4,478 เมตร และมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี แมทเทอร์ฮอร์น(Matterhorn) เป็นยอดเขาที่ขึ้นชื่อว่ามีรูปทรงสวยที่สุดในเทือกเขาแอลป์จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น ช็อกโกแลต Toblerone ที่มีสัญลักษณ์ความเป็นสวิสจากเมืองเซอร์แมท

 

Matterhorn switzerland_freebirdtou

 

และบริษัทผลิตภาพยนตร์ Paramount Pictures  เมืองเล็กๆแห่งนี้มีถนนเส้นหลักที่เต็มไปด้วยร้านค้าและโรงแรม รวมถึงบ้านไม้สนสไตล์ชาเล่ต์สีน้ำตาลเข้มดูเก่าแก่ และเป็นธรรมชาติ ตกแต่งสีสันด้วยการแซมกระถางดอกไม้ที่แข่งขันกันเบ่งบานที่หน้าต่างในช่วงซัมเมอร์  สำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายสู่อ้อมกอดธรรมชาติ เซอร์แมทเป็นเมืองเล็กๆที่ตอบโจทย์สายธรรมชาติที่ฟรีเบิร์ดทัวร์แนะนำว่าห้ามพลาด 

 

12. ลอยเคอร์บาด(Leukerbad) 

 

Leukerbad freebirdtour

 

ลอยเคอร์บาด(Leukerbad)   ตั้งอยู่ในรัฐวาเล(Valais) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พื้นที่อัศจรรย์เต็มไปด้วยความอุ่นระอุท่ามกลางความหนาวเย็นรอบข้าง มีทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาสวิสแอลป์  เป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติบริสุทธิ์อุณหภูมิ 51 องศาเซลเซียส ที่โด่งดังที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น้ำร้อนของลอยเคอร์บาด(Leukerbad) มาจากชั้นหินอุ้มน้ำไหลผ่านชั้นหินใต้ดินซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียมซัลเฟตทำให้มีคุณค่าในด้านการรักษา และบรรเทาโรคมาตั้งแต่อดีตจนถึงในปัจจุบันก็ยังได้รับการยอมรับ

leukerbad_switzerland

 

ที่ลอยเคอร์บาด(Leukerbad) จึงเป็นที่ตั้งของศูนย์สุขภาพและอ่างน้ำแร่สาธารณะหลายแห่ง รวมถึงโรงแรมบางแห่งก็มีบ่อน้ำพุร้อนเป็นของตัวเองเช่นกัน  จึงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนรักสุขภาพ บ่อน้ำพุร้อน สปา ซาวน่า ลอยเคอร์บาด ได้รับฉายา “The Largest alpine thermal spa”  ต่างตอบโจทย์ทุกคนในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นนักปีนเขาในฤดูร้อนหรือนักเล่นสกีในฤดูหนาวให้ได้ฟื้นฟูร่างกายผ่อนคลายจากหลากหลายกิจกรรมท่ามกลางเมืองที่แวดล้อมด้วยบรรยากาศแสนบริสุทธิ์อย่างเช่น “เมืองลอยเคอร์บาด”(Leukerbad)

 

13. เซนต์มอริทซ์(St.Moritz)

 

saint moritz switzerland freebirdtour

 

เซนต์มอริทซ์(St.Moritz) หรือซังคท์โมริทซ์(Sankt Moritz) เมืองที่พร้อมด้วยภูเขา ทะเลสาบ และแสงแดดอบอุ่น ในแวดวงช่างภาพต่างรู้กันดีว่าแสงมีผลต่อการถ่ายภาพขนาดไหน ในมุมมองของนักเดินทางก็น่าจะเช่นกัน วันที่ฟ้ามืดเร็วในช่วงฤดูหนาว อาจทำให้บรรยากาศการเดินทางดูดรอปลงไปสักหน่อย แสงแดดยามเช้าที่มาช้าแถมยังจากไปอย่างรวดเร็ว แต่ที่เมืองสกีรีสอร์ตอันอบอุ่นแห่งเทือกเขาแอลป์แห่งนี้จะทำให้คุณรู้สึกแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เมืองเซนต์มอริทซ์(St.Moritz) อยู่บริเวณหุบเขาเอนกาดีนตอนบน(upper Engadin) ทางตอนใต้ของ Graubünden รัฐที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ระดับความสูง 1,800 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่เราจะสามารถกอดรับไออุ่นจากดวงอาทิตย์ได้เป็นเวลาเฉลี่ย 322 วันต่อปี เรียกว่าเป็นเมืองตากอากาศในทุกฤดูกาลที่แท้จริง เพราะสามารถสัมผัสอากาศดีได้ตลอดทั้งปี แทบจะทุกวันที่พบเห็นท้องฟ้าสวยสว่างใสไม่เว้นแม้แต่ในฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยความขาวโพลนของหิมะ หรือในฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 13-25 องศา เรียกว่าเป็นหน้าร้อนที่ไม่ร้อนจนเกินไป จึงไม่แปลกที่ตราสัญลักษณ์ประจำเมืองเซนต์มอริทซ์(St.Moritz) จะเป็นรูปพระอาทิตย์ ซึ่งแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเป็นประกายทั่วบริเวณนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นด้วย

ตัวเมืองแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยมีทะเลสาบชื่อเดียวกับเมืองคั่นอยู่ ส่วนที่อยู่ด้านบนทะเลสาบเรียกว่า St.moritz Dorf ประกอบด้วยศาลาว่าการเมือง โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร อีกส่วนหนึ่งเรียกว่า St.Moritz Bad พื้นที่ติดทะเลสาบบริเวณแหล่งน้ำแร่ของเมือง แม้ว่าฤดูร้อน และฤดูหนาวจะเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยวเมืองเซนต์มอริทซ์แล้ว ฤดูใบไม้ร่วงหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ก็มีความสวยงามไม่แพ้เมืองอื่นๆ ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลย ด้วยแนวต้นสนมากมายบนเนินเขาที่ค่อยๆ ไล่เปลี่ยนเฉดสีสร้างสรรค์ธรรมชาติให้เซนต์มอริทซ์งดงามมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ Freebird Travel and Tour อยากจะชวนคุณไปฟอกปอด โอบกอดกับธรรมชาติ

 

14. แองเกลเบิร์ก(Engelberg)

 

Engelberg_switzerland_freebirdtour

 

แองเกลเบิร์ก(Engelberg) หมู่บ้านสกีรีสอร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว และเป็นที่รู้จักจากยอดเขาขึ้นชื่อ ‘ทิตลิส(Mount Titlis)แองเกิลเบิร์ก(Engelberg) แปลว่า ภูเขาแห่งนางฟ้า เป็นหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาสวิสแอลป์ อยู่ในเขตปกครองพิเศษของรัฐออบวัลเดิน(Obwalden) รัฐตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบมีธารน้ำใสที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งหรือหิมะบนยอดเขาไหลผ่าน อากาศดีเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว เรียกว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่มีกิจกรรมมากมายให้ทำจนไม่มีเวลาเบื่อ ที่นี่เป็นแหล่งรวมกิจกรรมฤดูหนาวในทุกๆ รูปแบบ ทั้งสกี สโนว์บอร์ด สโนว์โมบิล สโนว์สเลด ไอซ์สเกต และกิจกกรมฤดูร้อน เช่น เดินป่าปั่นจักรยาน ขี่ม้า ปิกนิก สนามเด็กเล่น พาร์ทสุดคูลของหมู่บ้านเอนเกลเบิร์ก

แองเกลเบิร์กมีพื้นที่เล่นสกีหลัก 2 แห่ง ได้แก่ยอดเขาบรูนี(Brunni) และ ยอดเขาทิตลิส(Mt.Titlis) ยอดเขาบรูนี อยู่ทางเหนือของหมู่บ้านเอนเกลเบิร์ก ตั้งอยู่บนความสูง 1,850 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นด้านที่รับแสงแดดมากกว่าซึ่งสามารถใช้เวลาเพื่อความสนุกสนานกับครอบครัวได้ไม่ต่างจากทางทิตลิส เราสามารถนั่งกระเช้า 65 ที่นั่งขึ้นไปที่ Ristis เมื่อขึ้นไปด้านบนจะพบกับ Ristis Stübli ร้านอาหารบนภูเขาบรรยากาศสบายๆ มีเครื่องเล่น Sommerrodelbahn  จากนั้นต่อลิฟต์เก้าอี้(Chairlift) เพื่อขึ้นไปที่ยอดเขาบรูนีอีกที เมื่อมาถึงด้านบนจะพบทะเลสาบ Härzli ทะเลสาบขนาดเล็ก สามารถแช่เท้า เดินเล่น ปิคนิกรอบทะเลสาบได้ ซึ่งด้านบนนี้ก็มีร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวด้วย รวมถึงใครจะเล่นสกีก็เล่นได้ที่จุดนี้เลย และถึงใครที่เล่นไม่เป็น ที่นี่ก็มีโรงเรียนสอนเช่นกัน 

titlis_switzerland_freebirdtour

 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยว เพื่อฟอกปอด หนีชีวิตวนลูป หนีไปชาร์จแบตให้กับชีวิต ชนบทของสวิตเซอร์แลนด์นั้นตอบโจทย์ทุกข้อได้เป็นอย่างดี เหมาะสมกับคำที่ว่า ธรรมชาติเยียวยาทุกสิ่ง พร้อมแล้วออกเดินทางไปเที่ยวฟอกปอด โอบกอดธรรมชาติกับ 14 ชนบทสวิสสุดคลีน กับ ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ กันค่ะ

 

 


- 1 December 2021 -

สงวนสิทธิ์ในการคัดลอกบทความ และนำรูปภาพไปเผยแพร่ ท่านสามารถกดปุ่มเพื่อแชร์บทความนี้ได้ผ่านทางเวบไซต์นี้

 

         



 

- หากบทความนี้ดีต่อใจ ชวนคนที่คุณรักมาเที่ยวกับฟรีเบิร์ดทัวร์กันค่ะ -   

สนใจโปรแกรมทัวร์สวิตเซอร์แลนด์คลิกที่นี่ 

 

คุยกับครอบครัวฟรีเบิร์ดทัวร์

โทร.02-0488-785-7 Hotline 085-151-1000 , 094-782-6888 และ 093-570-3000

    instagramfreebirdtour  twitter freebirdtour  Youtube freebirdtour     

 


Visitors: 243,024