วิธีสร้างบัญชี UKVI และผูก eVisa อังกฤษ

บอกลา 'สติกเกอร์วีซ่า' แบบเดิม! ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นมา สหราชอาณาจักร(UK) ได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วยระบบ eVisa ซึ่งหมายความว่าพาสปอร์ตของคุณจะไม่มีสติกเกอร์ติดไว้อีกต่อไป แต่ข้อมูลวีซ่าจะถูกจัดเก็บออนไลน์และผูกติดกับพาสปอร์ตโดยตรง หลายคนที่เพิ่งยื่นวีซ่าในช่วงนี้อาจเกิดความสับสนว่า 'แล้วเราจะเข้าอังกฤษได้อย่างไร?' 'ต้องเตรียมตัวอย่างไร?' บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกวิธีสร้างบัญชี UKVI การยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ การผูก eVisa แบบทีละขั้นตอน พาไปรู้จักกับ NFC และหากคุณไม่มี NFC จะเชื่อมต่อพาสปอร์กับ UKVI Account eVisa ของคุณได้อย่างไร ปิดท้ายกับคำถามที่จะมาพร้อมคำตอบเพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่น และไม่มีสะดุด
การทำ UK eVisa ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ ขอแบ่งออกเป็น 3 Parts หลัก ซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนที่ต้องทำต่อเนื่องกัน
Part 1 : การสร้างบัญชี UKVI(Create a UKVI Account) ส่วนนี้คือการลงทะเบียน เหมือนเป็นการแนะนำตัวให้ระบบรู้จักให้เราทำผ่าน Browser สามารถทำผ่านได้ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเลท แต่ต้องทำผ่าน Browser ยังไม่ต้องใช้ application ในขั้นตอนนี้(สามารถให้ผู้อื่นช่วยสร้างได้)
Part 2 : การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน(Identity Verification) ส่วนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เราจะใช้สมาร์ทโฟน หรือ Tablet เป็นเครื่องมือสแกนข้อมูล สมาร์ทโฟน หรือ tablet จะต้องเป็นรุ่นที่มี NFC ต้องมีการดาวน์โหลดแอปUK Immigration : ID Check ขั้นตอนใน Part ที่ 2 นี้ต้องทำผ่าน Application เท่านั้น หลังจากจบ Part 2 จะไม่ใช้ แอปUK Immigration : ID Check อีกแล้ว(เจ้าของวีซ่าต้องดำเนินการเอง กรณีที่เจ้าของวีซ่าต้องการให้ผู้อื่นช่วยดำเนินการสามารถทำได้แต่เจ้าของวีซ่าต้องนั่งอยู่ข้างๆ เพราะต้องมีการสแกนหน้า)
Part 3 : การผูกบัญชีและตรวจสอบสถานะ(Linking & Viewing eVisa) ส่วนนี้คือการรอให้ระบบ "อนุมัติ" และการดึงข้อมูลออกมาใช้เดินทาง ขั้นตอนนี้สามารถทำผ่านคอมพิวเตอร์ Tablet มือถือได้หมด กรณีทำผ่านมือถือสามารถใช้งานผ่าน Browser ต่างๆ เช่น google safari ได้เลย ไม่ต้องเข้าแอป UK Immigration ID Check อีกแล้ว(สามารถให้ผู้อื่นช่วยทำได้)
Part 1 : วิธีสร้างบัญชี UKVI(Create a UKVI Account)
1. เข้าเวบไซต์คลิกเลย www.gov.uk เพื่อสมัคร UKVI Account จากนั้นเลื่อน Scollbar ลงมาด้านล่างจนเจอกับปุ่มสีเขียวที่เขียนว่า Create a UKVI account
.jpg)
2. คลิกที่ปุ่ม Create a UKVI account
.jpg)
3. When were you granted your most recent permission to come to or stay in the UK? คุณได้รับอนุญาตให้เข้ามาหรือพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรครั้งล่าสุดเมื่อใด ตอบเสร็จให้กดปุ่ม Continue
.jpg)
3.1 I was last granted permission to come to or stay in the UK before 1st November 2024
ฉันได้รับอนุญาตให้เข้ามาหรือพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรครั้งล่าสุดก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2024
3.2 I was last granted permission to come to or stay in the UK on or after 1st November 2024ฉันได้รับอนุญาตให้เข้ามาหรือพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรครั้งล่าสุดในหรือหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2024
4. Do you have pre-settled or settled status through the EU Settlement Scheme? คุณมีสถานะผู้พำนักชั่วคราวหรือสถานะผู้พำนักถาวรผ่านโครงการการตั้งถิ่นฐานของสหภาพยุโรปหรือไม่?
.jpg)
5. Do you have a visa or immigration application number? คุณมีหมายเลขวีซ่าหรือหมายเลขใบสมัครเข้าเมืองหรือไม่?
This can be from your most recent immigration application or a previous one.เอกสารนี้สามารถใช้จากใบสมัครขอวีซ่าครั้งล่าสุดหรือครั้งก่อนหน้าก็ได้ เราสามารถใช้หมายเลขใบสมัครที่ขึ้นต้นด้วย GWF....... หมายเลขนี้จะอยู่ในอีเมล์ที่ตอบรับวีซ่าเรานั่นเอง
.jpg)
6. อ่านรายละเอียด
ทำไมต้องสร้างบัญชี UKVI?
- เพื่อใช้ ดูสถานะวีซ่าดิจิทัล (eVisa) ของคุณทางออนไลน์
- เพื่อใช้ ยืนยันตัวตน อัปเดตข้อมูลส่วนตัว หรือขอหลักฐานสถานะพำนักในอังกฤษ
- สามารถสร้างบัญชีให้ผู้อื่นได้ เช่น เด็ก หรือผู้ที่ไม่สามารถจัดการเองได้
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ, สัญชาติ, วันเดือนปีเกิด
- พาสปอร์ต(Passport) ที่ยังไม่หมดอายุ หรือบัตร BRP (ถ้ามี)
- หากพาสปอร์ตหรือ BRP หมดอายุไม่เกิน 18 เดือน ก็ยังสามารถใช้สร้างบัญชีได้
- อีเมล และ เบอร์โทรศัพท์ (ระบบจะส่งรหัส Code มาให้เพื่อยืนยันตัวตน) ควรแยก 1 อีเมล์ 1 เบอร์โทร ต่อ 1 Account
การยืนยันตัวตน(Confirm your identity)
- หลังจากสร้างบัญชีแล้ว คุณต้องยืนยันตัวตน
- แนะนำให้ใช้แอป 'UK Immigration: ID Check' บนมือถือ (ที่ต้องสแกน NFC) จะช่วยให้ขั้นตอนการได้รับ eVisa รวดเร็วขึ้น
7. กดปุ่ม Create an Account
1.jpg)
8.Who are you creating this account for? คุณสร้างบัญชีนี้เพื่อใคร? ถ้าสร้างให้ตัวเองก็ตอบ ME ถ้าสร้างให้ผู้อื่นก็ตอบ Someone else เช่น ผู้ปกครองสร้างให้ลูก ถ้าตอบ Someone else มันก็จะมีคำถามอย่างอื่นตามมาอีก ข้อนี้จึงมีทริกเล็กน้อยค่ะ ถ้าเราเป็นลูกแล้วจะทำให้คุณพ่อ กับ คุณแม่ เราไม่ต้องตอบ Someone else หรอก ให้เราทำเป็นเสมือนเป็นคุณพ่อ คุณแม่ เพียงแต่เราต้องเข้าถึงอีเมล์นั้นได้ รู้รหัสผ่าน หรือถ้าใครทำให้คนอื่นแล้วตอบ Someone else ก็ตามสะดวก
เราสามารถสร้าง Account UKVI ให้คนอื่นได้ก็จริง แต่ระบบจะถามหา Code จากอีเมล์ และมือถือ ดังนั้น เจ้าของบัญชีจะต้องพร้อมให้ข้อมูล
.jpg)
9. What is your name ใส่ชื่อ นามสกุล แล้วกดปุ่ม Continue
.jpg)
10. What is your country of nationality? เลือกสัญชาติ1.jpg)
11. Which identity document are you using? คุณใช้เอกสารยืนยันตัวตนประเภทใด?
Choose the document you want to use to prove your identity. You will also use this to sign in to your account.เลือกเอกสารที่คุณต้องการใช้เพื่อยืนยันตัวตน คุณจะต้องใช้เอกสารนี้ในการเข้าสู่ระบบบัญชีของคุณด้วย
.jpg)
12.Enter your passport details ใส่ข้อมูลรายละเอียดของพาสปอร์ต
.jpg)
13. What is your date of birth? ใส่วันเดือนปีเกิด ของคุณ
.jpg)
14. What email address do you want to use when you sign in to the account? ใส่อีเมล์ อีเมล์ที่ใช้ควรเป็นอีเมล์ของเราเอง และเป็นอีเมล์ที่ยัง Active จำรหัสผ่านได้ สามารถเข้าได้ เพราะระบบจะมีการส่ง Code เพื่อยืนยันทางอีเมล์ (เมล์นี้จะไม่เกี่ยวข้องกับตอนที่คุณใช้ในการจองวันทำ Biometric กับ VFS สามารถเป็นเมล์เดียวกัน หรือคนละเมล์ก็ได้)
กรณีที่ท่านจะสร้าง Account ให้บุตรหลาน ผู้สูงอายุ เพื่อน หรือผู้อื่น ควรแยก 1 เมล์ ต่อ 1 คน หากไม่มีควรสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะมันจะเป็นเมล์ที่ผูกติดกับ Account ของเจ้าของวีซ่าไปตลอด หากใช้อีเมล์ซ้ำกัน ระบบจะแจ้งเตือน
.jpg)
15. เช็คอีเมล์ นำ Code จากอีเมล์มาใส่ในช่อง Security Code
1.jpg)
16. What phone number do you want to use when you sign in to the account? คุณต้องการใช้หมายเลขโทรศัพท์ใดในการเข้าสู่ระบบบัญชี We will send a security code by text message (SMS) to this mobile phone to check you can use it. We will send a new security code every time you sign in.เราจะส่งรหัสความปลอดภัยทางข้อความ (SMS) ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือนี้เพื่อตรวจสอบว่าคุณสามารถใช้งานได้หรือไม่ เราจะส่งรหัสความปลอดภัยใหม่ทุกครั้งที่คุณเข้าสู่ระบ
- การใส่เบอร์มือถือ ให้ใส่เครื่องหมาย + นำหน้า
- ใส่รหัสประเทศไทย 66
- ตัดศูนย์ตัวแรกของเบอร์มือถือออก
- ทุกครั้งที่เราเข้าสู่ระบบ จะมีรหัสยืนยันความปลอดภัยส่งเข้าไปใน SMS ของเบอร์ที่คุณให้ไว้
.jpg)
17. Check your phone นำ Code ที่ได้รับจาก SMS ของมือถือ จำนวน 6 หลัก มาใส่ในช่อง Security Code
.jpg)
18. Do you want someone else to have access to your account? คุณต้องการให้บุคคลอื่นเข้าถึงบัญชีของคุณหรือไม่?
ในขั้นตอนการสร้างบัญชี ระบบจะถามว่าเราต้องการให้คนอื่นช่วยดูแลบัญชีไหม เช่น ให้ลูก หรือเพื่อน ช่วยดูให้ เราสามารถแชร์สิทธิ์การเข้าถึงให้คนในครอบครัวได้ แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะคนที่ได้รับสิทธิ์นี้จะช่วยดูข้อมูลได้แค่บางส่วน แต่เขาจะไม่สามารถเข้าไปแอบอ้างสถานะหรือเปลี่ยนข้อมูลสำคัญของเรา
This could be a friend, family member or immigration adviser who is helping you. They can access and help with any of your visa or immigration applications. They cannot prove your immigration status or update your details.บุคคลนี้อาจเป็นเพื่อน สมาชิกในครอบครัว หรือที่ปรึกษาด้านการเข้าเมืองที่ให้ความช่วยเหลือคุณ พวกเขาสามารถเข้าถึงและช่วยเหลือคุณในเรื่องการขอวีซ่าหรือการเข้าเมืองได้ แต่พวกเขาไม่สามารถพิสูจน์สถานะการเข้าเมืองของคุณหรืออัปเดตข้อมูลของคุณได้
.jpg)
ถ้าตอบ No (ไม่) บัญชีนี้จะเป็นของ “ผู้สมัคร” คนเดียว
ถ้าตอบ Yes (ใช่) สามารถเพิ่มคนอื่นให้เข้ามาช่วยดู/จัดการใบสมัครได้ เช่น agent, เพื่อน, หรือครอบครัว คนอื่นที่เพิ่มเข้ามาจะสามารถดูสถานะ ช่วยกรอกข้อมูลบางส่วนได้ แต่เขาจะไม่สามารถยืนยันตัวตนแทนเรา หรือเปลี่ยนข้อมูลสำคัญได้
ทีนี้เราควรเลือกตอบอะไร
- ทำเอง ดูแลตัวเองได้ เลือก No
- กรณีที่ไม่สามารถจัดการเองได้ หรือไม่คล่องในการใช้งานก็ให้ตอบ Yes
- กรณีที่ให้คนในครอบครัวทำให้ เช่น ให้ลูกทำให้แม่ซึ่งอายุมากแล้ว ข้อนี้จะตอบ No หรือ Yes ก็ได้นะ เพราะอย่างไรแล้ว ลูกก็ต้องรู้อีเมล์ รู้พาสเวิร์ด ของคุณแม่ และสามารถเข้าถึงบัญชีอีเมล์ได้อย่างไม่อะไรปิดบัง ลูกสามารถทำแทนเสมือนเป็นคุณแม่ทำเองได้เลย
- กรณีที่ทำเองได้ จัดการเองได้ทุกอย่าง แต่อยากให้คนอื่นช่วยเข้ามาดูความถูกต้องเพื่อให้อุ่นใจก็ตอบ Yes
- แนะนำว่าหากเจ้าของ Account นี้ ต้องการเข้าดู eVisa ของตัวเองในอนาคตควรเลือก No
กรณีตอบ yes จะมีหน้าต่างนี้เด้งขึ้นมา Give someone else access to your account ให้สิทธิ์การเข้าถึงบัญชีของคุณแก่ผู้อื่น ระบบจะอธิบายว่า คนที่จะมาช่วยเรานั้นทำอะไรได้บ้าง และต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้างในการเข้าสู่ระบบ
- ระบบจะให้เราเตรียมอีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ของผู้ช่วย
- ระบบจะมีการส่งรหัสยืนยันไปยังอีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ช่วย
- การที่ผู้ช่วยจะเข้าระบบ ต้องใช้วันเดือนปีเกิด เลขพาสปอร์ต และเลขGWF ของเจ้าของบัญชีด้วย
- คุณสามารถยกเลิกสิทธิ์การเข้าถึงหรือเปลี่ยนผู้ที่ให้ความช่วยเหลือคุณได้ตลอดเวลา
ในตอนท้ายของภาพข้างล่างจะปรากฎคำถาม Do you have access to their email and phone now? คุณสามารถเข้าถึงอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของพวกเขาได้ในตอนนี้หรือไม่?
ตอบ Yes ใช่ ฉันสามารถป้อนรหัสรักษาความปลอดภัยที่ส่งไปยังอีเมลและโทรศัพท์ของพวกเขาได้
ตอบ No ไม่ ฉันจะทำสิ่งนี้ในภายหลัง
.jpg)
จากข้อ 18 เราเลือกตอบ NO บัญชีนี้จะเป็นของ เราคนเดียว
19. Check your answers before you create your account ตรวจสอบคำตอบของคุณก่อนสร้างบัญชี
หลังจากที่กรอกข้อมูลทุกอย่างเสร็จแล้ว ระบบจะให้เราได้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง หากมีข้อมูลผิดพลาดก็สามารถแก้ไขได้โดยคลิกที่คำว่า Change หากข้อมูลทุกอย่างถูกต้องแล้วให้คลิกที่ปุ่มสีเขียว Create account
แต่ขอย้ำนะคะที่ด้านล่างจะมีข้อความย้ำเตือน Check your document number and date of birth are correct. You will use these to sign in to your UK Visa and innigration(UKVI) account เป็นคำเตือนให้เราตรวจทานให้ดี เพราะเราต้องใช้เลขพาสปอร์ต วันเดือนปีเกิด ในการ login เข้าระบบ UKVI
.jpg)
ในการสร้างบัญชี UKVI (Create a UKVI Account) จะต้องมีการตั้งพาสเวิร์ดหรือไม่?
คำตอบ คือ ระบบไม่ได้ให้มีการสร้าง Password แต่ระบบจะคอยเรียกหา Code จากอีเมล์ที่เราใช้สร้าง และ Code ที่ส่งไปทาง SMS ในมือถือ ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าการสร้าง Account ของแต่ละท่านจะเหมือนกันหรือไม่ หากมีอะไรแตกต่างกันช่วยแชร์กันมาบ้างนะคะ
หลังจากที่ได้กดปุ่มสีเขียว Create account แล้ว การสร้าง Account UKVI ของคุณก็ถือเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ระบบจะพามาที่หน้า Sign in to your UKVI account และจะมีอีเมล์ Confirm ส่งมาหาเรา พร้อมลิงค์ที่จะให้เรากลับเข้ามาทำงานได้อีก
สิ่งที่คุณต้องทำต่อไป
- เข้าสู่ระบบบัญชี UKVI ของคุณ
- ยืนยันตัวตนของคุณ คุณอาจเข้าถึง eVisa ได้เร็วขึ้นหากคุณใช้แอป ‘UK Immigration : ID Check’
- ระบุหมายเลขใบอนุญาตพำนักแบบไบโอเมตริก(BRP) ของคุณ หากคุณยังไม่มี คุณสามารถระบุหมายเลขวีซ่าหรือหมายเลขตรวจคนเข้าเมืองได้
- ระบุข้อมูลความปลอดภัยและข้อมูลติดต่อ
- คุณจะไม่สามารถดู eVisa ของคุณได้จนกว่าคุณจะทำตามขั้นตอนเหล่านี้เสร็จสิ้น
.jpg)
20. ให้เรากดปุ่มเขียว Sign in to contimnue (หมายเหตุ ลิงค์ที่ถูกส่งมาทางอีเมล์ให้เก็บไว้ให้ดี เพราะเราสามารถเข้าไปทำงานได้ผ่านทางลิงค์ดังกล่าว ทำอะไรไม่ถูก หาอะไรไม่เจอแนะนำให้กลับมาคลิกที่ลิงค์ดังกล่าวในอีเมล์ได้เลยค่ะ)
21. Which identity document do you use to sign in to your UKVI account? คุณใช้เอกสารยืนยันตัวตนใดในการเข้าสู่ระบบบัญชี UKVI ของคุณ? ให้เลือกใช้ Passport
.jpg)
22. What is your passport number? ใส่หมายเลขหนังสือเดินทาง
.jpg)
23. What is your date of birth? ใส่วันเดือนปี เกิด
.jpg)
24. How do you want to receive a security code? คุณต้องการรับรหัสรักษาความปลอดภัยด้วยวิธีใด สามารถเลือกได้ตามวิธีที่สะดวก
.jpg)
25. Check your email เช็คอีเมล์แล้วนำ Code ที่ได้ในอีเมล์มาใส่ช่อง Security Code
.jpg)
26. เลือก View your eVisa and get a share code to prove your immigration status ตรวจสอบวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ของคุณและรับรหัสยืนยันสถานะการเข้าเมืองของคุณ(ภาพซ้าย)
27. กดปุ่มสีเขียว Continue(ภาพขวา)

28. Check you can use this app ระบบให้เราตรวจสอบว่ามือถือของเรานั้นสามารถใช้งานฟังชั่น NFC ได้หรือไม่ ถ้าได้ให้เลือก yes แล้วกดปุ่ม Continue(รูปซ้าย)
กรณีที่มือถือของท่านไม่มีฟังชั่น NFC ก็สามารถใช้มือถือคนอื่นได้ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถใช้วิธีการยืนยันตัวตนผ่านวิธีอื่นได้เช่นกัน
29. Dose your identity document have a biometric chip? ให้คุณดูที่ปกพาสปอร์ตของคุณว่ามีสัญลักษณ์ biometric chip หรือไม่ หากมีให้เลือก yes แล้วกดปุ่ม Continue(รูปขวา)

30. กดปุ่ม Continue

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การสร้างบัญชี UKVI ไม่ยากเลยใช่ไหม เราสามารถทำขั้นตอนนี้ด้วยตัวเอง หรือสร้างให้คนอื่น หรือให้คนอื่นสร้างให้เราก็ทำได้ เป็นขั้นตอนที่ใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์จะสะดวกที่สุด Account นี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต และเราสามารถเข้าไป update ข้อมูลได้ตลอดเวลา จึงขอย้ำอีกครั้งว่า แนะนำให้ใช้อีเมล์ และเบอร์โทรของแต่ละคน
Part 2 : การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน(Identity Verification)
ขั้นตอนใน Part 2 นี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญ คือ การใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือสแกนข้อมูล และยืนยันตัวตน ขั้นตอนใน Part ที่ 2 นี้ จึงต้องทำผ่าน Application ดังนั้นเราจะไปเริ่มต้น Download Application กันก่อน
1. Download Application UK Immigration : ID Check Application สามารถ Download ได้ทั้ง Playstore และ App Store เราสามารถดาวน์โหลดแอปนี้เอาไว้ล่วงหน้า หรือจะทำต่อไปเรื่อยๆ เมื่อถึงขั้นตอนต้องเข้าแอป ระบบจะพาไปดาวน์โหลดแอปอัตโนมัติ
.jpg)
2. เปิดใช้งาน NFC ในสมาร์ทโฟน
NFC ย่อมาจาก Near Field Communication คือ "การสื่อสารข้อมูลในระยะใกล้" เป็นเทคโนโลยีไร้สายที่ทำให้มือถือของคุณสามารถ "คุย" กับอุปกรณ์อื่น หรือสิ่งของที่มีชิปฝังอยู่ได้ เพียงแค่เอามาวาง "แตะ" หรือ "จ่อ" ใกล้ๆ ในพาสปอร์ตไทย และอีกหลายประเทศจะมีชิปขนาดเล็กฝังอยู่ข้างในเล่ม ซึ่งเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น รูปถ่ายความละเอียดสูง และข้อมูลทางชีวภาพ (Biometric) เอาไว้ ระบบของ UKVI บังคับให้ใช้ NFC สแกน เพราะเป็นวิธีที่ ปลอมแปลงยากที่สุด เมื่อมือถือสัมผัสกับชิปในพาสปอร์ตสำเร็จ ระบบจะมั่นใจได้ 100% ว่าคุณคือเจ้าของเล่มตัวจริง
เปิดใช้งาน NFC อย่างไร?
iOs ไม่ต้องไปตั้งค่าใดๆ ในเครื่อง ให้ทำตามคำแนะนำในแอปนั้นๆ โดยปกติคือการ นำส่วนบนของ iPhone (แถวๆ กล้องหลัง) ไปแตะหรือวางทับบนชิปของเอกสารค้างไว้สักครู่
Android กรณียังไม่เปิดใช้งาน หรือไม่มีการเปิดแบบอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่า หรือ Setting แล้วเสริชหา NFC จากนั้นให้เปิดใช้งาน

3. เริ่มขั้นตอนยืนยันตัวตน(Identity Verification UKVI)
1. กดปุ่ม Continue 2.แล้วเลือกว่าจะรับ Code ทางมือถือ หรืออีเมล์

3.ใส่ Code ที่ได้รับทางมือถือ หรืออีเมล์
4.ระบบทำการ Connnecting
5.กดปุ่ม OK
6.Start using the app มาถึงตอนนี้แอปก็พร้อมใช้งานแล้วค่ะ

7.จากนั้นระบบก็จะบอกเราว่าขั้นตอนการยืนยันตัวตนนี้ต้องทำอะไรบ้าง

Take an image of your document ขั้นตอนถ่ายรูปหน้าพาสปอร์ต ระบบจะให้ ถ่ายหน้าข้อมูลพาสปอร์ต ให้เห็นชื่อ เลขพาสปอร์ต และรูปชัดเจน
Check your document’s information สแกนชิปพาสปอร์ตด้วย NFC เป็นขั้นตอนอ่านข้อมูลจากชิปอิเล็กทรอนิกส์ในพาสปอร์ต (NFC Scan)ระบบจะให้ใช้มือถือแตะกับพาสปอร์ต เพื่ออ่านข้อมูลจากชิปอิเล็กทรอนิกส์ภายในเล่มเพื่อยืนยันว่า พาสปอร์ตเป็นของจริง ไม่ถูกปลอมแปลง ขั้นตอนนี้มือถือจำเป็นต้องเปิด NFC ด้วย
Scan your face ขั้นตอนสแกนใบหน้า ระบบจะให้ สแกนใบหน้า เปรียบเทียบกับรูปในพาสปอร์ต เพื่อยืนยันว่า เจ้าของบัญชีกับเจ้าของพาสปอร์ตเป็นคนเดียวกัน
8.กดปุ่ม Start
9.เลือก International passport

10.กดปุ่ม Continue
11.ปรากฎหน้ากล้องสำหรับสแกนพาสปอร์ต หลังจากเลือกเอกสารยืนยันตัวตนแล้ว ระบบจะให้เราใช้กล้องมือถือถ่ายหน้าพาสปอร์ตที่มีรูป และข้อมูลส่วนตัว ควรถ่ายในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ และจัดหน้าพาสปอร์ตให้อยู่ภายในกรอบที่แอปกำหนด
- นำหน้าพาสปอร์ตมาอยู่ในกรอบ
- ถือให้นิ่งเพื่อให้แอปอ่านข้อมูลได้ชัดเจน
12.Photo taken ถ่ายรูปเรียบร้อยแล้ว เมื่อระบบอ่านข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะมีข้อความยืนยันว่า “Photo taken” เพื่อแจ้งว่าบันทึกภาพสำเร็จค่ะ

13.ขั้นตอนสแกนชิปพาสปอร์ตด้วย NFC
หลังจากถ่ายรูปพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้ใช้โทรศัพท์มือถืออ่านข้อมูลจากชิปอิเล็กทรอนิกส์ภายในพาสปอร์ต โดยผู้ใช้งานต้องวางโทรศัพท์ไว้บนพาสปอร์ตและขยับเพื่อหาตำแหน่งชิป หากระบบขึ้นข้อความ “Chip not found” แนะนำให้
- เปิด NFC ในมือถือ
- ถอดเคสโทรศัพท์
- ถอดปกพาสปอร์ต
- และลองขยับตำแหน่งโทรศัพท์ใหม่อีกครั้งค่ะ

14.กรณีที่สแกนชิปพาสปอร์ตที่หน้าปกไม่ได้ เราสามารถมาสแกนที่หน้านี้ได้
15.เมื่อสแกนชิปพาสปอร์ตผ่านระบบจะขึ้น Access chip completed ให้เราคลิกที่คำว่า OK
- การจะให้สแกนผ่านได้ง่ายๆ ระบบจะเตือนว่า Keep the phone still กรุณาถือโทรศัพท์ให้นิ่ง
- การอ่านชิปเสร็จสมบูรณ์ คือการที่ระบบได้ตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว แอปสามารถอ่านชิปอิเล็กทรอนิกส์ในพาสปอร์ตได้สำเร็จ ระบบตรวจสอบข้อมูลจากพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว เราสามารถดำเนินการขั้นตอนถัดไปได้ค่ะ

16-18 ขั้นตอนการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน (Face Verification)
หลังจากสแกนพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้ผู้ใช้งานสแกนใบหน้า(biometrics) เพื่อยืนยันตัวตน โดยควรอยู่ในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ และถือโทรศัพท์ให้ใกล้ใบหน้าตามระยะที่ระบบกำหนด เมื่อระบบตรวจสอบสำเร็จ จะมีข้อความ “Face scanned successfully” เพื่อยืนยันว่าการสแกนใบหน้าเสร็จสมบูรณ์
16.Scan Your Face ระบบให้เราสแกนใบหน้า ระหว่างที่กล้องกำลังสแกนใบหน้าหน้าจอจะกระพริบอยู่สักครู่
17.ระบบกำลังสแกนใบหน้า ตรวจจับตำแหน่งใบหน้า
18.Face scanned successfully สแกนใบหน้าสำเร็จแล้ว หมายความว่า
✅ ระบบยืนยันใบหน้าเรียบร้อย
✅ ผ่านขั้นตอน face verification
✅ สามารถดำเนินการขั้นตอนถัดไปได้

19-21 ขั้นตอนถ่ายรูปใบหน้าในแอป UK Immigration: ID Check
หลังจากสแกนใบหน้าเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้ผู้ใช้งานถ่ายรูปใบหน้าอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นรูปประจำตัวในระบบ UKVI ก่อนถ่ายรูปใบหน้าในแอป UK Immigration: ID Check ระบบจะอธิบายข้อกำหนดของรูปภาพที่ถูกต้อง ควรใช้พื้นหลังสีอ่อนเรียบ ไม่มีสิ่งของด้านหลัง และต้องเห็นใบหน้า และหัวไหล่ชัดเจน
ขั้นตอน Take your photo จะต่างจากขั้นตอน Face Scan
Take your photo เป็นการถ่าย “รูปโปรไฟล์” สำหรับใช้ในระบบ UKVI และ eVisa คล้ายรูปติดเอกสาร ดังนั้นแนะนำว่าให้แต่งหน้าสวยๆ นะคะ บางคนคิดว่าเหมือนเป็นการสแกนหน้าธรรมดา เลยใส่ชุดนอน ผมยุ่งๆ รูปที่ถ่ายจากขั้นตอนนี้จะไปปรากฏใน eVisa ของเราค่ะ
19.Take your photo ให้ถ่ายรูปหน้าเรา
20.พื้นหลังของรูปจะต้องเป็นสีอ่อน สีเรียบ แนะนำเป็นกำแพงสีขาว พื้นหลังโล่ง ต้องไม่มีต้นไม้ ต้องไม่มีของตกแต่งใดๆ เป็นฉากหลัง ภาพที่ถ่ายต้องเห็นศีรษะ และหัวไหล่ชัดเจน
21.แสงในการถ่ายรูป ต้องสม่ำเสมอ และไม่มีเงา

22-24 ขั้นตอนส่งข้อมูลยืนยันตัวตนเข้าสู่ระบบ UKVI
หลังจากถ่ายรูป และตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้ผู้ใช้งานยืนยันรูปถ่าย และข้อมูลจากพาสปอร์ตก่อนส่งเข้าสู่ระบบ UKVI เมื่อส่งข้อมูลสำเร็จ แอปจะแจ้งว่า “Identity details submitted” เพื่อยืนยันว่าขั้นตอนยืนยันตัวตนเสร็จสมบูรณ์ และสามารถกลับไปดำเนินการต่อในบัญชี UKVI ได้ค่ะ
22.ขั้นตอนนี้คือให้ยืนยันรูปว่าคุณจะใช้รูปนี้จริงๆ ไหม
ปุ่มRetake photo = ถ่ายใหม่
ปุ่มUse this photo = ใช้รูปนี้
23.ระบบให้ตรวจสอบข้อมูลจากพาสปอร์ตก่อนส่งเข้าสู่ UKVI ถ้าใช่ก็ให้กดปุ่ม Submit information
24.ส่งข้อมูลยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม Continue มาถึงตรงนี้ขั้นตอนยืนยันตัวตนในแอปถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว ระบบได้ทำการส่งข้อมูลเข้าสู่ UKVI เรียบร้อย ขั้นตอนใน Part ที่ 2 ถือว่าเสร็จสิ้น เราสามารถออกจากแอปได้เลย ไม่ต้องใช้แอปอีกแล้ว ย้ำนะคะว่า แอปใช่แค่การยืนยันตัวตนเท่านั้น
ขั้นตอนถัดไปคือ ให้เรากลับไปยังบัญชี UK Visas and Immigration ของเราเพื่อดำเนินการต่อ เราสามารถดำเนินการต่อบนโทรศัพท์เครื่องนี้ หรือกลับไปใช้อุปกรณ์อื่นที่ใช้ลงทะเบียนบัญชีไว้ก็ได้

Part 3 : การผูกบัญชีและตรวจสอบสถานะ(Linking & Viewing eVisa)
หลังจากยืนยันตัวตนผ่านแอป UK Immigration: ID Check เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าสู่ระบบบัญชี UK Visas and Immigration(UKVI) เพื่อเชื่อม(Link) และตรวจสอบสถานะ eVisa ของตนเอง
ขั้นตอนนี้เป็นส่วนสำคัญสำหรับการใช้งาน eVisa ในอนาคต ระบบจะประมวลผล และแสดงข้อมูลสถานะการเข้าเมือง (Immigration Status) การสร้าง Share Code หรือใช้ยืนยันสิทธิ์การเดินทางเข้าสหราชอาณาจักร
ขั้นตอนนี้สามารถทำผ่านได้ทั้ง คอมพิวเตอร์ Tablet โทรศัพท์มือถือ หากใช้งานผ่านมือถือ หรือ Tablet ให้เข้าใช้งานผ่าน Browser ต่าง ๆ เช่น Google Chrome หรือ Safari ได้เลย โดยไม่ต้องกลับเข้าแอป UK Immigration: ID Check อีกค่ะ
เมื่อเราเข้าสู่ระบบบัญชีแล้ว เราจะเห็นรายการ Task List ที่ต้องดำเนินการให้ครบ เช่น
- ยืนยันตัวตน(Confirm your identity)
- ยืนยันหมายเลขเอกสาร(เช่น BRP)
- ตั้งค่าข้อมูลการติดต่อ(Contact preferences)
เมื่อดำเนินการครบทุกหัวข้อ ก็ให้กดปุ่ม Confirm and Submit ระบบจะเริ่มเชื่อมข้อมูล eVisa เข้ากับบัญชี UKVI โดยอัตโนมัติ
หลังจากระบบ UKVI ประมวลผลข้อมูลเรียบร้อย ผู้ใช้งานจะได้รับอีเมลจาก UKVI พร้อมลิงก์สำหรับเข้าสู่ระบบบัญชี เพื่อเชื่อม eVisa และตรวจสอบสถานะการเข้าเมืองออนไลน์ต่อไปค่ะ ขั้นตอนนี้บางท่านอาจใช้เวลาไม่นานก็จะมีอีเมล์ตอบกลับ บางท่านอาจใช้เวลาหลายวันกว่าจะมีเมล์ตอบกลับ ดังนั้นในขันตอน Task List ต้องทำให้ครบ จะได้ไม่เสียเวลานะคะ
พอเราได้รับอีเมล์แล้ว ให้คลิกที่ Sing in to your Account นับเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการผูกบัญชี เมื่อ eVisa ถูกเชื่อมเข้ากับบัญชีและข้อมูลยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว
หากเราต้องการอัพเดทข้อมูลของเรา เช่น Personal details(ข้อมูลส่วนตัว) Contact details(ข้อมูลการติดต่อ) Sign in details(ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ) เปลี่ยนพาสปอร์ต จัดการข้อมูล eVisa ก็สามารถทำได้ผ่านเมนู Update your UK Visas and Immigration account details
วิธีการใช้ UK eVisa
เมื่อเดินทางถึงอังกฤษ ตอนผ่านตม.เราต้องโชว์อะไรไหม เมื่อเดินทางถึงอังกฤษ ต้องโชว์ eVisa ยังไงตอนผ่าน ตม.? UK eVisa ต้องโชว์อะไรตอนเข้าประเทศอังกฤษ? ผ่าน ตม. อังกฤษด้วย eVisa ต้องใช้อะไรบ้าง? ใช้ eVisa เข้าอังกฤษ ต้องเปิดมือถือให้เจ้าหน้าที่ดูไหม? หลังเปลี่ยนเป็น UK eVisa ตอนผ่าน ตม. ต้องทำยังไง? ได้ eVisa แล้ว ตอนผ่าน ตม. อังกฤษต้องโชว์อะไรไหม? UK eVisa ใช้ยังไงตอนเดินทางเข้าประเทศ? ใช้ eVisa แล้วเจ้าหน้าที่ดูข้อมูลจากอะไร?
เป็นคำถามที่มักจะพบบ่อยมากในช่วงของการเปลี่ยนถ่ายจากวีซ่าสติกเกอร์ เป็น eVisa(UK eVisa)
คำตอบก็คือ เมื่อเราได้ผูกบัญชี eVisa หรือเชื่อมต่อ eVisa กับหนังสือเดินทาง(Passport) เรียบร้อยแล้ว เราไม่จำเป็นต้องแสดงเอกสารยืนยันสถานะหรือ Share Code ต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) คือไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วค่ะ เมื่อไปถึงเราเพียงทำดังนี้
- ยื่นพาสปอร์ต
- เจ้าหน้าที่ scan พาสปอร์ต
- ระบบขึ้น immigration status
- เดินผ่านตม.เข้าประเทศแบบสวยๆ
ระบบ eVisa จะเชื่อมโยงข้อมูลกับพาสปอร์ตที่คุณลงทะเบียนไว้ในบัญชี UKVI โดยตรง เมื่อเจ้าหน้าที่สแกนพาสปอร์ต ข้อมูลสถานะการตรวจคนเข้าเมืองของคุณจะปรากฏในระบบของเจ้าหน้าที่โดยอัตโนมัติ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พาสปอร์ตที่ใช้เดินทางต้องเป็นเล่มเดียวกับที่ลงทะเบียนไว้ในระบบ eVisa หากคุณเปลี่ยนพาสปอร์ตใหม่ ต้องรีบอัปเดตข้อมูลในบัญชี UKVI ทันทีเพื่อให้ระบบเชื่อมโยงกันได้
ปัญหาที่อาจพบในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ UK eVisa และวิธีเตรียมตัว
ในช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่านระบบวีซ่าอังกฤษ หรือวีซ่าสหราชอาณาจาก(UK eVisa) จากสติกเกอร์ เป็น eVisa อาจพบปัญหาบ้าง เช่น สายการบินเช็กอินงง เจ้าหน้าที่บางประเทศยังถาม ระบบดึงข้อมูลช้า ระบบไอทีมีปัญหา กันเหนียว เราจึงแนะนำว่า ในช่วงแรกๆ นี้ให้ทำสิ่งเหล่านี้เตรียมเผื่อไว้ด้วยเพื่อความสบายใจ
- ควรจำ Login เข้า UKVI account ให้ได้ เผื่อเจ้าหน้าที่ขอดู
- แคปหน้าจอ(Screenshot) หรือ save เป็น PDF หน้า eVisa หรือจะปริ้นท์ออกมา แม้ไม่ใช่เอกสารทางการหลัก แต่ช่วยเวลาระบบมีปัญหาได้มาก
- Share Code บางกรณีใช้ยืนยันสถานะได้
- เอกสารที่ยังควรพกไว้(ในช่วงเปลี่ยนผ่าน) แม้ระบบจะเป็นดิจิทัล แต่ทางทางการอังกฤษแนะนำว่าหากคุณยังมีเอกสารตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ (เช่น บัตร BRP แม้จะถูกยกเลิกการใช้งานในเชิงระบบไปแล้ว BRP ย่อมาจาก Biometric Residence Permit ค่ะ คือ "บัตรประจำตัวผู้พำนักในสหราชอาณาจักร" สำหรับชาวต่างชาติ (รวมถึงคนไทย) ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในอังกฤษนานกว่า 6 เดือน) ก็ควรพกติดตัวไว้ในการเดินทางต่างประเทศในช่วงแรก เพื่อความสะดวกหากเกิดกรณีที่ระบบไอทีของสายการบิน หรือบางประเทศยังไม่อัปเดต
Share Code คืออะไร?
Share Code ในระบบ UK eVisa คือ รหัสสำหรับแชร์ และยืนยันสถานะการเข้าเมือง(Immigration Status) ผ่านระบบออนไลน์ของ UKVI โดยใช้แทนเอกสารแบบเดิม เช่น BRP Card หรือวีซ่าสติกเกอร์ในพาสปอร์ต
วิธีสร้าง Share Code สำหรับ UK eVisa
วิธีสร้าง Share Code สำหรับ UK eVisa
1. เข้าบัญชี UK Visas and Immigration (UKVI account) เข้าผ่านทางเวบไซต์ gov.uk/view-prove-immigration-status คลิกที่เมนูสีเขียว View your eVisa and get a share code จากนั้นระบบจะให้ลงชื่อเข้าใช้งานระบบ โดยให้ใส่ข้อมูล
- เอกสารประจำตัว เช่น พาสปอร์ต, บัตรประชาชน หรือ BRP
- วันเดือนปีเกิด
- เบอร์โทรศัพท์มือถือ หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อรับ Code
2. เลือกหัวข้อ "Get a share code"
3. เลือกเหตุผลให้ถูกต้อง: ระบบมี 3 ตัวเลือกหลัก คือ
- พิสูจน์สิทธิในการทำงาน(Right to work)
- พิสูจน์สิทธิในการเช่าที่พัก(Right to rent - ในอังกฤษ)
- พิสูจน์สถานะเพื่อเหตุผลอื่นๆ
ความปลอดภัย ผู้ที่ได้รับรหัสจะเห็นเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นตามหัวข้อที่คุณเลือกเท่านั้น และเข้าถึงบัญชีส่วนตัวของคุณไม่ได้
อายุการใช้งาน Share Code จะมีอายุ 90 วัน หากหมดอายุต้องขอใหม่ แต่คุณไม่ต้องขอสถานะใหม่ (เมื่อ Code หมดอายุ เราสามารถ Share Code ได้เรื่อยๆ ตลอดอายุวีซ่า)
สรุปเกี่ยวกับ UK Immigration : ID Check Application
- แอป UK Immigration : ID Check ใช้ “เฉพาะยืนยันตัวตน” เท่านั้น
- หลังจากทำเสร็จ จะไม่ใช้แอปนี้ดูวีซ่า
- การดู eVisa ต้องทำผ่าน เว็บไซต์ของ UK Visas and Immigration เท่านั้น
ระบบ UK eVisa อาจดูใหม่ และซับซ้อนในช่วงแรก โดยเฉพาะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับวีซ่าสติกเกอร์ หรือ BRP แบบเดิม แต่เมื่อทำความเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ แล้ว จะพบว่าระบบถูกออกแบบมาเพื่อให้การตรวจสอบสถานะ เพื่อทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นในอนาคตค่ะ
สิ่งสำคัญคืออย่าตื่นตกใจหากระบบใช้เวลาประมวลผล หรือมีบางขั้นตอนที่ต้องรออีเมลจาก UKVI เพราะหลายกรณีเป็นเรื่องปกติในช่วงเปลี่ยนผ่านของระบบ
ฟรีเบิร์ด ทราเวิล แอนด์ ทัวร์ อยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดความกังวลนี้ จึงทำ How to นี้ขึ้นมา หวังว่าจะช่วยให้ทุกท่านใช้งาน UK eVisa ได้ง่ายขึ้น และเตรียมตัวเดินทางเข้าอังกฤษได้อย่างสบายใจมากขึ้นนะคะ
แต่ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างบัญชี UKVI และการใช้งาน eVisa สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “การขอวีซ่าให้ผ่าน” ตั้งแต่แรก เพราะการเตรียมเอกสาร การวางแผนการเงิน และรายละเอียดในการยื่นวีซ่า ล้วนมีผลต่อการพิจารณาของสถานทูต
หากท่านต้องการผู้ช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร ยื่นวีซ่าอังกฤษ UK Visa ไปจนถึงการใช้งาน UK eVisa ทีมงาน Freebird Travel & Tour ยินดีให้คำแนะนำ และดูแลทุกขั้นตอนค่ะ ขอรับบริการยื่นวีซ่าอังกฤษ Add Line : @freebirdtour
- 18 APRIL 2026 -
- หากบทความนี้ดีต่อใจ ชวนคนที่คุณรักมาเที่ยวกับฟรีเบิร์ดทัวร์กันค่ะ -
สนใจโปรแกรมทัวร์อังกฤษคลิกที่นี่
คุยกับครอบครัวฟรีเบิร์ดทัวร์
โทร.02-0488-785-6 Hotline 093-570-3000 , 085-151-1000









