ไปอิตาลีซื้ออะไรดีน๊า

    

ไปอิตาลีซื้ออะไรดีน๊า | ทัวร์ยุโรป ทัวร์อิตาลี กับฟรีเบิร์ด

ของฝากจากอิตาลี

เมื่อพูดถึง 'อิตาลี' นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เด่นๆ ที่เราต้องหยุดเช็คอินถ่ายรูปออกมาดูสวยๆแพงๆ แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอิตาลีนั้นเป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งมิใช่น้อย โดยเฉพาะสารพัดสินค้าแบรนด์เนมต่างๆที่ล้วงเงินในกระเป๋าเราครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่ๆๆๆอิตาลีไม่ได้มีแค่สินค้าแบรนด์เนมเท่านั้นนะที่น่าซื้อน่าใช้ ของฝากขึ้นชื่อของอิตาลีนั้นมีมากมายหลายอย่าง เรียกว่าตอบโจทย์นักช้อปปิ้งทุกอย่างที่ขวางหน้าได้เป็นอย่างดี ไปอิตาลีซื้อของฝากอะไร หรือซื้ออะไรในอิตาลี มาดูกันเลยค่ะ

 

1.กระเป๋าแบรนด์ดัง รวมไปถึงสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ไปถึงอิตาลีแล้วเชื่อว่าหลายๆท่านคงอดใจไม่ไหวกับของแบรนด์เนมเหล่านี้ แหม!ก็ความสวยมันยั่วตา ราคามันยั่วใจ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สุดดังของอิตาลีอย่าง Prada ที่มีสตอรี่น่าสนใจจากร้านเครื่องหนังเล็กๆในมิลาน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1913 ที่มีดีไซน์สวยหรูดูแพง สินค้าขึ้นชื่อของ prada ก็คือกระเป๋าจากหนังนกกระจอกเทศ และอื่นๆอีกมากมาย

Fendi เป็นอีกหนึ่งแบรด์ที่ดังไม่แพ้กัน ถือกำเนิดจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี ในปี 1925 บนถนน Via del Plebiscito โดย Edoardo และ Adele Fendi  กระเป๋าแบรนด์นี้ค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆจนขยายสาขาไปทั่วกรุงโรม และเมืองอื่นๆ หลังปี 1950 ลูกสาวทั้ง 5 คนของ Edoardo และ Adele ได้เข้ามาทำงานและพัฒนาด้านการออกแบบใหม่ๆให้ทันยุคทันสมัยในช่วงนี้เองที่เป็นจุดกำเนิดของโลโก้ F 2 ตัว ต่อมาทางแบรนด์ได้มีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปเป็นของใช้อย่างอื่น เช่น กางเกงยีนส์  ผ้าพันคอ เนคไท ถุงมือ แว่นกันแดด รวมไปถึงนาฬิกา

Gucci เป็นสินค้าแบรนด์เนมที่มีความเก่าแก่เรียกว่าเป็นแบรนด์เนมคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลีเขาเลยทีเดียว แบรนด์นี้มีต้นกำเนิดจากเมืองฟลอเรนซ์  เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลป สถาปัตยกรรม  ใครชอบยี่ห้อนี้ก็สามารถช้อปกันได้ทั้ง กระเป๋า รองเท้า หมวก นาฬิกา เรียกว่าเรียบหรูได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าก็ว่าได้

ของฝากจากอิตาลี

 

นอกจากเครื่องหนังยี่ห้อดังๆ หากไปอิตาลีแล้วเจอกระเป๋าหนังยี่ห้อไม่ดัง เห็นแล้วชอบจะสอยกลับมาก็ไม่ผิดแต่อย่างใดค่ะ

ของฝากจากอิตาลี

 

2. เครื่องสำอาง ยี่ห้อ PUPA เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ต้องไปสอยกลับมาด้วยความน่ารักของแพคเกจ และคุณภาพที่สั่งสมมานานกว่า 45 ปี PUPA ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1974 โดย Mr. Angelo Gatti  ยี่ห้อ PUPA ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอิตาลี มีสาขามากมาย และขยายออกสู่หลายๆประเทศ นอกจากเครื่องสำอางแบรนด์ PUPA แล้วเมื่อไปถึงอิตาลีก็อย่าลืมสอยเครื่องสำอางอีกยี่ห้อหนึ่งกลับมาด้วย ว่ากันว่าทั้งดีและถูกเงินในกระเป๋าด้วยนะเออยี่ห้อที่ว่านี้ก็คือ KIKO แต่ยี่ห้อนี้เป็นสินค้าที่ถูกใช้อยู่ในหมู่วัยรุ่น นักศึกษา เรียกว่าเน้นตลาดสาวๆวัยรุ่นมากกว่าวัยทำงานหรือผู้ใหญ่ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากช้อปเครื่องสำอางราคาไม่แพงแต่คุณภาพใช้ได้นะคะ

ของฝากจากอิตาลี

 

3. หม้อต้มกาแฟ Moka หรือ Moka Pot เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งเรียกว่าเป็นอุปกรณ์ขึ้นชื่อในการดื่มกาแฟของอิตาลีเขาเลย หลักการทำงานของเจ้าหม้อนี้คือจะใช้แรงดันไอน้ำผ่านกาแฟคั่วบด 

Moka Pot ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1933  โดยนาย Alfonso Bialetti เขาเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Bialetti อันโด่งดัง และออกขายไปทั่วโลก แบรนด์นี้มีสัญลักษณ์เป็นชายมีหนวด ชูนิ้วชี้ มีความหมายว่า 'ขอกาแฟแก้วนึง' 

Moka Pot ที่ผลิตขึ้นโดย Bialetti นี้จะมีให้เลือกหลายขนาด เช่น 1 Cup, 2 Cups, 3 Cups, 4 Cups, 6 Cups, 9 Cups, 12 Cups และ 18 Cups เป็นต้น คำว่า Cup  ในที่นี้หมายถึง ถ้วย espresso ขนาดเล็กๆ ที่คนอิตาเลียนนิยมดื่มกันซึ่งจะมีปริมาตร 1 ออนซ์ โดยประมาณ

Moka Pot จะมีให้เลือกซื้อหลายรุ่น แต่ละรุ่นจะมีลักษณะที่แตกต่างกันแต่ก็มีการทำงานที่คล้ายๆกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นรุ่นอะไรก็แล้วแต่ก็คือ ลักษณะของยี่ห้อนี้จะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่มีหน้าตาแบบนี้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของเขาเลย คนอิตาเลียนนิยมดื่มกาแฟกันมากๆ ถ้ามีเพื่อนเป็นคนอิตาเลียนหรือมีโอกาสได้ไปเที่ยวบ้านเขาเราจะเจอเจ้าหม้อนี้อยู่เกือบทุกบ้าน Bialetti มีโรงงานการผลิตอยู่ใน 3 ประเทศ คือ อิตาลี โรมาเนีย และตุรกี แวะเข้าไปเยี่ยมชมเวบไซต์ของเขาโดยตรงได้นะคะ Bialetti เอาใจคอกาแฟสุดๆนะเนี่ย จริงๆแล้ว Moka Pot นั้นมีหลายยี่ห้อจะชงกาแฟได้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? อันนี้ก็ต้องพิสูจน์กันนะคะ แต่บอกเลยว่ายี่ห้อ Bialetti ให้รสกาแฟที่เข้มข้นอร่อยจริงๆค่ะ 

ของฝากจากอิตาลี

หม้อต้มกาแฟอิตาลี

มีตัวอย่างคลิปมาให้ดูด้วยนะเผื่อช่วยตัดสินใจว่าอยากได้หรือไม่

 

4. เครื่องแก้วจากเกาะมูราโน (Murano) เกาะมูราโนเกาะเล็กๆที่สร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมากมาย จะไม่สร้างสีสันได้อย่างไรล่ะก็บ้านเรือนที่อยู่บนเกาะนี้เขาทาสีสดใสราวลูกกวาด เกาะมูราโนตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเวนิส ความโด่งดังของมูราโนก็คือ ผลิตภัณฑ์จากเครื่องแก้ว ผลงานอันวิจิตรที่ถูกเป่าออกมาจากช่างผู้ชำนาญ ทันทีที่เท้าแตะพื้นดินของเกาะมูราโนเราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วเหล่านี้เต็มไปหมด ทั้งการตกแต่งรายทาง และร้านรวงต่างๆ ที่นี่จะมีการสาธิตให้เราเห็นถึงกระบวนการทำอย่างละเอียดอีกด้วย แก้วเหลวๆจะถูกเป่าให้เป็นผลิตภัณฑ์น่าซื้อ น่าเก็บ ไม่ว่าจะเป็น ลูกปัดตุ๊กตาแก้วรูปสัตว์สีสันสวยสดใส เครื่องประดับ  แจกัน อ่างแก้ว กระจก ฯลฯ

ในสมัยก่อนศิลปินเป่าแก้วเหล่านี้จะทำงานกันอยู่ที่เวนิส แต่เมื่อปี 1291 ก็ถูกย้ายมาที่เกาะมูราโนเพราะด้วยเรื่องของความปลอดภัยโดยเกรงว่าที่เวนิสนั้นมีคนมากหากเกิดไฟไหม้จากเตาหลอมจะทำให้เป็นอันตราย และลำบากต่อการจัดการ

แต่ต้องขอเตือนนะคะสำหรับท่านที่อยากจะซื้อกลับเป็นของที่ระลึกต้องเลือกดูให้ดีเพราะอาจมีสินค้าบางอย่างจากบางร้านอาจนำเข้ามาจากจีนนะ ดังนั้นถ้าจะซื้อดูให้ดีว่ามีเครื่องหมายการค้า Vetro Murano Artistico ระบุไว้หรือไม่ เพราะแก้วที่เป็นของแท้นั้นจะต้องได้รับการคุ้มครองด้วยเครื่องหมายการค้านี้เท่านั้นค่ะ ตอนซื้อลองถามกับไกด์ หรือหัวหน้าทัวร์ให้เขาช่วยแนะนำได้นะคะ ไปอิตาลีกับทัวร์ก็ดีแบบนี้ค่ะมีคนถามมีคนแนะนำด้วย

สมเด็จพระปิยมหาราช พระองค์เคยเสด็จฯ มายังเกาะมูราโน (Murano) แห่งนี้ด้วย พระองค์ทรงทอดพระเนตรการเป่าแก้ว  และทรงเลือกซื้อเครื่องแก้วมูราโนจำนวนหลายชิ้นเพื่อนำกลับมายังเมืองไทย หรือเรียกว่าสยามในสมัยนั้น

ของฝากจากอิตาลี

 

5. หน้ากากแฟนซี เป็นอีกหนึ่งของฝากขึ้นชื่อของเมืองเวนิสประเทศอิตาลีเขาเลย เพราะที่นี่เขามีเทศกาลเวนิสคาร์นิวัล (Venice Carnival) เทศกาลที่เป็นเครื่องหมายของเสรีภาพในการแสดงออก ที่นี่จึงเป็นแหล่งรวมของหน้ากากหลากแบบหลากสี สามารถซื้อกลับมาเป็นของที่ระลึกกันได้แต่ราคาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อหน้ากากแฟนซีเหล่านี้ได้ตามร้านขายของที่ระลึกทั่วไป หรือร้าน Carta Alta in Giudecca, ร้าน Casindei Nobili  ก็ได้ค่ะ

ของฝากจากอิตาลีนอกจากหน้ากากขนาดเท่าหน้าเราแล้ว หน้ากากแฟนซีก็ยังถูกแปลงมาเป็นของที่ระลึกในแบบอื่นๆ เช่น magnet หรือแม่เหล็กติดตู้เย็นก็มีขนาดเล็กๆน่ารักค่ะ

ของฝากจากอิตาลี

 

6. Limoncello (ลิมอนเซลโล่) หรือ เหล้ามะนาว ถ้าถามว่าไปอิตาลีซื้ออะไรดีแล้วไม่มีเหล้ามะนาวอยู่ในลิสถือว่ายังไปไม่ถึงอิตาลีนะจ๊ะ 555 อันนี้ก็คงเป็นของฝากเฉพาะบุคคล สำหรับคนที่ชอบเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ โดยมีแอลกอฮอล์อยู่ประมาณ 32%

เหล้ามะนาวน้ำสีเหลืองเหมือนเปลือกมะนาว หรือเลมอนนี้เรียกน้ำย่อยในปากเราได้เป็นอย่างดี ส่วนผสมหลักของเหล้าชนิดนี้ก็คือผลเลมอนสีเหลืองๆนี่แหล่ะ มีรสชาติหวาน ปนฝาด ออกเปรี้ยวลงตัว อร่อย สดชื่น จัดจ้าน

เหล้ามะนาวนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1875 โดยผลิตมาจากเลมอนออแกนิกส์พันธุ์ Sfusato ซึ่งปลูกอยู่บริเวณแถบชายฝั่งอามัลฟี (Amalfi Coast) เป็นชายฝั่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรซอร์เรนตีเน (Sorrentine Peninsula) ของประเทศอิตาลี ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะนาวที่สำคัญเลยทีเดียว

เหล้ามะนาวมักจะดื่มหลังอาหารมีคุณสมบัติช่วยในการย่อย โดยจะดื่มแบบเย็นเสริฟด้วยแก้วเล็กๆ ถ้าจะให้ดีนำแก้วไปแช่เย็นก่อนเสริฟจะทำให้ความอร่อยนั้นเพิ่มขึ้นจริงๆนะ โอ้ย! น้ำลายจะไหลได้สักกรึ๊บสองกรึ๊บคงจะชื่นใจนะตอนนี้

ของฝากจากอิตาลี

 

7. น้ำมันมะกอก (Virgin Olive Oil) หรือ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ แม้ประเทศอิตาลีไม่ใช่ประเทศอันดับหนึ่งของการผลิตน้ำมันมะกอก แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นประเทศอันดับต้นๆที่มีชื่อเสียงในการผลิตน้ำมันมะกอก และเป็นประเทศต้นๆในการบริโภคน้ำมันมะกอกเลยก็ว่าได้ น้ำมันมะกอกสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบต่างๆ ของอาหารได้มากมายทั้งผัด ทอด ทำน้ำสลัด หรือจะนำไปเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สบู่ เครื่องสำอาง  หลายๆครั้งเรามักเห็นว่าน้ำมันมะกอกจะวางคู่ไว้กับน้ำส้มสายชูดำ (Balsamic Vinegar) ที่มีรสชาติคล้ายจิ๊กโฉ่

องค์ประกอบของน้ำมันมะกอกจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เขตความสูง ช่วงเก็บเกี่ยว และกระบวนการสกัด ซึ่งอย่างหลังนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราได้น้ำมันมะกอกที่มีคุณสมบัติที่ดี กรรมวิธีการสกัด Virgin Olive Oil ควรใช้การสกัดเย็น และเครื่องมือกลไกในแบบดั้งเดิมเพราะจะให้กลิ่น และรสชาติคงเดิมมากที่สุด  น้ำมันคุณภาพดีสุดจะได้จากการสกัด 'รอบแรก'  extra virgin

ของฝากจากอิตาลี

 

8. เส้นพาสต้าแห้ง เมื่อไปถึงอิตาลีแล้วอย่างไรเราก็ขอแนะนำให้ซื้อเส้นพาสต้าแห้งกลับมาบ้าง ถ้าไม่เป็นของฝากก็เอาไว้ลองทานเองนะคะ ที่อิตาลีมีพาสต้าแห้งหลายยี่ห้อมากๆ และหน้าตารูปทรงก็มีให้เลือกหลายแบบอีกด้วยนะ ตอนซื้อกลับจะทำอย่างไรไม่ให้แตกแอดมีข้อแนะนำค่ะให้ใช้เสื้อของเรานี่แหล่ะห่อไว้หลายๆชั้นเท่านี้ก็ไม่แตกแล้ว แอดคอนเฟิม

ของฝากจากอิตาลี

 

9. เครื่องจักรสาน แหม! จริงๆก็ไม่ได้แนะนำให้ซื้อนะคะ บ้านเรานี่ก็เยอะแยะ555 แต่เห็นบ้านเขาก็ขายเยอะแยะจะลองซื้อกลับมาขำๆก็ไม่ว่ากันนะ

ของฝากจากอิตาลี

 หมวกแบบนี้ก็น่าซื้อกลับมาอยู่นะคะ

ของฝากจากอิตาลี

 

10. จานชามเซรามิค ลายสวย สีสด เป็นอีกหนึ่งของน่าซื้อจากอิตาลี น่าสอยกลับมาสักใบสองใบ แต่จะขนกลับมาอย่างไรลองวางแผนดีๆนะคะ

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

 

11. ช้อนเซรามิค มีจานชาม ก็ต้องมีช้อน ไปอิตาลีก็อย่าลืมซื้อกลับมาเป็นของฝากกันนะคะ

ของฝากจากอิตาลี

 

12. ชีส (Cheese) ชีสของอิตาลีนับเป็นชีสที่ขึ้นชื่อลือชามากในด้านความอร่อย และคุณภาพ ที่นี่มีสูตรการทำชีสมากมายหลายร้อยชนิดที่เป็นเหมือนภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งชีสแต่ละสูตรก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการใช้วัตถุดิบของท้องถิ่น รัฐบาลของอิตาลีให้ความสำคัญกับคุณภาพของชีสเป็นอย่างมาก โดยมีการก่อตั้งองค์กรควบคุมคุณภาพชีสอิตาลีหรือ DOP ( Designation of Origin Protected) ขึ้นมา องค์กรนี้จะช่วยควบคุมคุณภาพของชีสอิตาลีตามสูตรดั้งเดิมตั้งแต่วัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการผลิตเลยทีเดียว

ของฝากจากอิตาลี

นอกจากของฝากจากอิตาลีที่เรากล่าวมาด้านบนทั้งหมดก็ยังมีของฝากกระจุกกระจิก น่ารัก อันเล็กอันน้อยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Magnet ของตั้งโชว์ พวงกุญแจ ของตกแต่งบ้าน แม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นของเล็กของน้อยแต่บอกเลยว่าดูดเงินในกระเป๋าเราดีนักแล 

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ไปอิตาลีซื้ออะไรดี

อิตาลีมีอะไรให้ช้อป

ของน่าช้อปในอิตาลี

ไปอิตาลีซื้ออะไรดี

ซื้ออะไรดีที่อิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี

ของฝากจากอิตาลี


อย่างไรแล้วก็อย่าช้อปกันเพลินนะคะเดี๋ยวจะลากกระเป๋ากันไม่ไหว เป็นอย่างไรบ้างคะคงเป็นแนวทาง และเป็นไอเดียการหาของฝากจากอิตาลีให้กับคนที่ไปเที่ยวอิตาลีได้บ้างไม่มากก็น้อย เมื่อไปเที่ยวอิตาลีแล้วจะหาซื้อของฝากอะไรดีคงไม่ใช่เรื่องปวดหัวอีกต่อไป แต่จริงๆแล้วที่อิตาลีก็ยังมีของให้น่าซื้ออีกมากมายรับรองได้ว่าไปเที่ยวอิตาลีครั้งหน้านี้ช้อปกันจนเหนื่อยแน่นอน 



 

 - หากบทความนี้ดีต่อใจ ชวนคนที่คุณรักมาเที่ยวกับฟรีเบิร์ดทัวร์กันค่ะ -   

สนใจโปรแกรมทัวร์อิตาลีคลิกที่นี่

 

 

คุยกับครอบครัวฟรีเบิร์ดทัวร์

โทร.02-0488-785-7 Hotline 085-151-1000 , 094-782-6888 และ 093-570-3000
Line @ : @freebirdtour,  Facebook : freebirdtour , Youtube : freebirdtour

 


    

Visitors: 106,301